เมื่อวันที่ 13 มกราคม พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม. พ.ต.ต.สิทธิมณ สร้อยภู่ระย้า สว.กก.4 บก.สส.สตม., ร.ต.อ.อดิศร บุญชุ่ม รอง สว.กก.ปอพ.บก.สส.สตม. พร้อมกำลังจับกุมนายคิม อายุ 54 ปี นายหยาง อายุ 60 ปี ความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”
สืบเนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สั่งการให้ สตม. ดำเนินการกรณีกองการต่างประเทศ ตร. ได้รับการประสานงานจากกงสุลฝ่ายตำรวจ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ขอให้ผลักดันผู้ต้องหาตามหมายจับสาธารณรัฐเกาหลี และเป็นบุคคลที่ต้องการตัวของทางการสาธารณรัฐเกาหลีตามประกาศตำรวจสากลสีแดง 3 ราย ได้แก่นายคิม นายหยาง และนายเย จุน อายุ 51 ปี ซึ่งร่วมกันกระทำความผิดในลักษณะหลอกลงทุน และปั่นหุ้น ต่อมาเมื่อประชาชนมาลงทุนแล้ว จึงยักยอกเงินที่ได้หลบหนีมายังประเทศไทยมีผู้เสียหายหลายราย มูลค่าความเสียหายกว่า 1,600 ล้านบาท ส่วนนายเย จุน ถูกจับก่อนหน้า ตรวจสอบพบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์เป็นนักธุรกิจอุตสาหกรรมสิ่งทอที่ประเทศเกาหลีใต้ มีการเข้าซื้อบริษัทใหญ่และเป็นเจ้าของถึง 5 บริษัท มีการเปิดขายหุ้นบริษัท สร้างความน่าเชื่อถือ โดยนำเสนอข้อมูลบริษัทและผลประกอบการเท็จ เป็นเหตุให้ประชาชนหลงเชื่อเข้ามาลงทุน อันเป็นลักษณะการปั่นหุ้น จากนั้นจึงได้หลบหนีมายังประเทศไทย

