“ศุภชัย”อดีตปธ.สหกรณ์คลองจั่นฯอ่วม! “ดีเอสไอ”สั่งฟ้องฐานฟอกเงิน ส่งอัยการเพิ่มอีกคดี

29.11.16 | 13:49 น.

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าดีเอสไอเผยแพร่เอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ดีเอสไอได้ดำเนินคดีอาญากับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด กับพวก ที่กระทำความผิดเกี่ยวกับสหกรณ์ฯคลองจั่น ฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ประกอบมาตรา 83 และเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยรับเป็นคดีพิเศษที่ 63/2557 และได้สรุปสำนวนการสอบสวนพร้อมมีความเห็นควรสั่งฟ้องนายศุภชัย กับพวก รวม 12 ราย เสนอพนักงานอัยการเพื่อพิจารณา และพนักงานอัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดแล้วนั้น

เอกสารข่าวระบุว่า จากกรณีดังกล่าว มีการกระทำความผิดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของการฉ้อโกงประชาชน อันเป็นความผิดฐานฟอกเงินตามพ.ร.บ.ฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ดีเอสไอได้แยกดำเนินคดีอาญาเป็นอีกคดีหนึ่ง โดยรับเป็นคดีพิเศษที่ 99/2558 คดีนี้ได้สอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ทางการสอบสวนมีพยานหลักฐานพอรับฟังได้ว่า นายศุภชัย กับพวก รวม 9 คน ประกอบด้วย นายลภัส โสมคำ นางสาวศรันยา มานหมัด นายสัมพันธ์ เสริมชีพ นายจำลอง ทับสุวรรณ์ นายบันลือ กองไชย นายธวัชกิตตน์ ธนานันท์ตระกูล นายกรณ์ฐธัน ธนานันท์ตระกูล และบริษัท เอ็มโฮม เอสพีวี 2 จำกัด กระทำความผิดฐานฟอกเงิน ตามมาตรา 5 มาตรา 9 มาตรา 60 มาตรา 61 แห่งพ.ร.บ.ฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

“พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ จึงมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดตามข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยวันนี้พ.ต.อ.ไพสิฐ และ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักคดีอาญาพิเศษ 3 และ พ.ต.ท.บรรณฑูรย์ ฉิมกรา ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 3 มอบหมายให้ พ.ต.ท.ศันสนะ แก้วทับทิม รองผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 3 หัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน นำสำนวนการสอบสวนพร้อมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป”เอกสารข่าวระบุ

ทั้งนี้ อัยการนัดฟังคำสั่งในวันที่ 10 มกราคม 2560 เวลา 10.00 น.

โดย พ.ต.ท.ศันสนะ รอง ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของการฉ้อโกงประชาชน อันเป็นความผิดฐานฟอกเงินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้แยกดำเนินคดีอาญาเป็นอีกคดีหนึ่ง และได้สอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ทางการสอบสวนมีพยานหลักฐานพอรับฟังได้ ดีเอสไอจึงสรุปสำนวนส่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด9ราย เป็นบุคคล 8 ราย และนิติบุคคลอีก 1 ราย ฐานฟอกเงิน เป็นไปตามมูลฐานความผิดฟอกเงินที่ 66/2557 กรณีที่นายศุภชัยกับพวก ร่วมมือกันซื้อหุ้น บริษัทเอ็ม-โฮมฯ แล้วส่งคนเข้าไปบริหาร จากนั้นได้นำเงินของสหกรณ์ฯ ซื้อที่ดินย่านตลาดไท 3 แปลง มูลค่ากว่า 321 ล้านบาท ของ บริษัทเอ็ม-โฮมฯ เพื่อจะเปลี่ยนแปลงสภาพเงินที่ได้ เป็นที่ดินและทรัพย์สิน หลังจากนั้นจึงโอนเงินวางมัดจำ 280 ล้านบาท เข้าบัญชีนายศุภชัย ผู้ต้องหาที่ 1 และจากการสอบสวนของดีเอสไอ พบว่านายศุภชัย กับพวก ผู้กระทำผิดที่เป็นกรรมการสหกรณ์ฯ นำเงินดังกล่าวออกมาโดยไม่ผ่านมติที่ประชุมแต่อย่างใด

Advertisement