กรมสุขภาพจิต เผย เหตุการณ์หนองบัวลำภู หลายครอบครัวดีขึ้น เหลือ 4 หลังยังมีความครียด

14.01.23 | 16:16 น.

กรมสุขภาพจิต เดินหน้ากิจกรรม “เติมสุข สร้างรอยยิ้ม หนองบัวลำภู” แก่เด็กและชุมชน ผันความรักความอาลัย สู่พลังใจให้สังคมก้าวเดินหน้า ด้วยคุณค่าแห่งสันติ

เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ อำเภอนากลาง จ.หนองบัวลำภู พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 8 และภาคีเครือข่าย จ.หนองบัวลำภู จัดกิจกรรม “เติมสุข สร้างรอยยิ้ม หนองบัวลำภู” ภายใต้โครงการงานสัปดาห์สุขภาพจิตแห่งชาติ สานสายสัมพันธ์ครอบครัว เสริมความเข้มแข็งทางใจให้ชุมชน สร้างสันติภาพสู่สังคม และร่วมกันฟื้นฟูจิตใจประชาชนผู้รับรู้เหตุการณ์ ต.อุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา ให้เกิดพลังใจก้าวเดินหน้าอย่างเข้มแข็งต่อไป

พญ.อัมพร กล่าวว่า ในช่วงเวลา 3 เดือนกว่าที่ผ่านมา หลังการเกิดเหตุการณ์ในพื้นที่ อ.นากลาง ทีมกรมสุขภาพจิตและทีมสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 8 และเครือข่ายภาคีทุกภาคส่วน ได้ดูแลพื้นที่อย่างใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อความรับรู้เข้าใจให้กับประชาชนที่สำคัญ คือความรู้สึกรักอาลัยนั้นจะไม่หยุดการดำเนินชีวิตให้ชะงักงัน ทว่าจะแปรผันเป็นพลังใจให้ก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยการเห็นคุณค่าในการสร้างสันติภาพของสังคม และการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไม่ให้มองความความขัดแย้งนำไปสู่การลงโทษทางวินัยหรือทางกฎหมาย แต่ตระหนักว่าความขัดแย้งนั้นเป็นพื้นฐานของปัญหาสุขภาพจิต ที่ทุกคนในชุมชนต้องใส่ใจดูแล ดังสะท้อนจากสรุปผลรายงานการดำเนินการเยียวยาจิตใจเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2566 โดยทีม MCATT ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.)หนองบัวลำภู โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ประจำครอบครัว 48 ครอบครัวที่เฝ้าระวัง ที่ไม่พบการทำร้ายตนเองและการเจ็บป่วยทางจิตเวชที่รุนแรง บุคคลในครอบครัวสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ

“มีเพียง 4 ครอบครัวที่ต้องดูแลติดตามเนื่องจากความเครียดที่ยังหลงเหลือและผลกระทบทางร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บหรือพิการและป่วยด้วยโรคทางกายร่วมด้วย” พญ.อัมพร กล่าว

พญ.อัมพร กล่าวต่อว่า ผลการดำเนินงานโครงการคืนรอยยิ้มเมื่อเดือนธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา ในทั้ง 2 โรงเรียนที่ได้รับผลกระทบ สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทีม MCATT จัดกิจกรรมได้แก่ 1.กิจกรรมการคัดกรองโดยแบบประเมิน CRIES-8 (Child Revised Impact of Events Scale) 2.กิจกรรม “การอยู่กับปัจจุบัน” คือการรับรู้และการจัดการกับอารมณ์ 3.กิจกรรม “ก้าวข้ามอดีต” คือการจัดการความกลัว ความเจ็บปวดและ 4.กิจกรรม “เดินสู่ฝัน” คือการเสริมพลังสร้างแรงจูงใจ ซึ่งผลประเมินผลกระทบต่อเด็กหลังสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยแบบประเมิน CRIES-8 ในเด็กปฐมศึกษา พบว่ามีเด็ก 1 ใน 3 ที่มีความเสี่ยง ส่วนเด็กชั้นอนุบาลได้รับการประเมิน EQ (Emotional Quotient) พบว่ามีค่าต่ำกว่าเกณฑ์ประมาณร้อยละ 10-20 ซึ่งได้จัดให้นักจิตวิทยาร่วมกับจิตแพทย์เฝ้าระวังดูแลรายบุคคล จนถึงปัจจุบันยังไม่พบว่าเด็กที่อาการแย่ลง

Advertisement

พญ.อัมพร กล่าวต่อว่า กรมสุขภาพจิตยังคงเป็นกำลังใจร่วมดูแลฟื้นฟูจิตใจและให้ความรู้สรรค์สร้างสังคมมีสุขต่อไป โดยทีม MCATT โรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครินทร์ โรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์และทีมกรมสุขภาพจิต มีแผนดำเนินการเยียวยาต่อเนื่องได้แก่ 1.ติดตามเยี่ยมกลุ่มประชาชนรับผลกระทบที่เสี่ยงสูงหรือเสี่ยงปานกลางจนกว่าจะหมดความเสี่ยงหรือเสี่ยงต่ำ 2.ประเมินความเสี่ยงด้านปัญหาสุขภาพจิตซ้ำกลุ่มที่อาจจะเสี่ยงปัญหาสุขภาพจิต 3.ส่งต่อรายที่อาการทุเลารับยาต่อเนื่องเข้าระบบของพื้นที่ 4.เป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาแก่พื้นที่ในรายที่อาการรุนแรง ยุ่งยาก ซับซ้อน 5.ให้บริการเชิงรุกดูแลสุขภาพจิตโดยทีมสหวิชาชีพ เดือนละ 1 ครั้ง 6.รณรงค์สำรวจเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพจิตด้วยการใช้แอพลิเคชั่นไลน์ Mental Health Check-in (MHCI) 7.จัดกิจกรรมหรือโครงการเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจในกลุ่มเด็กและผู้ใหญ่ที่ได้รับผลกระทบทางอ้อมในชุมชน

8.การส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตการดูแลจิตใจหลังประสบเหตุการณ์สะเทือนขวัญ 9.รายงานผลการติดตามอย่างเป็นระบบ และ 10.การส่งเสริมความเข้มแข็งทางใจหรือวัคซีนใจในชุมชน ทั้งนี้แผนการสร้างวัคซีนใจในชุมชนนากลางประกอบด้วย “4 สร้าง 2 ใช้” คือ 1.สร้างความรู้สึกปลอดภัยให้กับชุมชน 2.สร้างความรู้สึกสงบในชุมชน ให้ข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจนและเชื่อถือได้สม่ำเสมอ 3.สร้างความหวังในชุมชน 4.สร้างความเข้าใจและให้โอกาส เสริมความรอบรู้ดูแลจิตใจตนเองและผู้อื่น รวมทั้ง 1.ใช้ศักยภาพของชุมชน จัดทีมสื่อสาร,จัดสวัสดิการเยียวยาจิตใจ ดูแลกลุ่มเปราะบางและทำแผนแก้ปัญหาสุขภาพจิต และ 2.ใช้สายสัมพันธ์ในชุมขน จัดให้ทำกิจกรรมร่วมกันและสร้างขวัญกำลังใจ