สธ.รณรงค์ค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อน มอบเงินสนับสนุนรายละ 2 พันบาท คนพามาได้รับพันบาท ย้ำ รักษาเร็วความพิการลด

16.01.23 | 13:17 น.

กรมควบคุมโรค เผย สัปดาห์รณรงค์ค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อน 16-22 ม.ค.66 ชี้ ปี2564 ป่วยเพียง 62 ราย อัตราลดลง แต่ปัญหาอยู่ที่การรักษาช้า ทำให้พิการมากขึ้น

เมื่อวันที่ 16 มกราคม นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า เนื่องใน “วันราชประชาสมาสัย” 16 มกราคม ของทุกปี ซึ่งเป็นวันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และสืบสานพระราชปณิธาน “การกำจัดโรคเรื้อน” ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงก่อตั้งสถาบันราชประชาสมาสัย เพื่อผลิตบุคลากรและค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับโรคเรื้อน สธ.ได้จัดให้มีสัปดาห์รณรงค์ค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 16 – 22 มกราคม 2566 และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคเรื้อน ให้ประชาชนสามารถสังเกตอาการของตนเองและคนใกล้ชิด ให้เข้ามารับการตรวจรักษาอย่างรวดเร็ว เพื่อลดความพิการที่อาจเกิดขึ้นได้

นพ.ธเรศ กล่าวว่า โรคเรื้อนซึ่งเคยเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย ปัจจุบันสามารถกำจัดให้ลดลงได้ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยใน ปี 2564 ที่ผ่านมานั้น พบผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 62 ราย ส่วนมากอยู่ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงแม้ว่าแนวโน้มผู้ป่วยรายใหม่จะลดลงตามลำดับ แต่สัดส่วนความพิการของผู้ป่วยไม่มีแนวโน้มที่จะลดลง สะท้อนให้เห็นถึงการเข้ารับการรักษาที่ล่าช้า กิจกรรมรณรงค์วันราชประชาสมาสัย ในปี 2566 มุ่งเน้นสร้างความตระหนักรู้ที่ถูกต้องและเร่งรัดการค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ในชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีรายงานผู้ป่วย ปี 2566 นี้จะเร่งดำเนินการในพื้นที่ 29 จังหวัด รวม 73 อำเภอ ทั้งนี้ มูลนิธิราชประชาสมาสัยในพระบรมราชูปถัมภ์จะให้การสนับสนุนค่าตอบแทนการค้นพบผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ โดยจะสนับสนุนให้แก่ ผู้ที่มารับการตรวจรักษาด้วยตนเอง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หรือประชาชนที่พาผู้ป่วยมารับการตรวจรักษา จำนวน 1,000 บาท ต่อผู้ป่วยรายใหม่ 1 ราย และให้การสนับสนุนแก่ผู้ป่วยรายใหม่รายละ 2,000 บาท

 

ด้าน นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า หากประชาชนสังเกตเห็นผิวหนังเป็นวงด่าง สีขาวซีดจาง หรือเป็นผื่นแดง ตุ่มแดง ไม่คัน มีอาการชาบริเวณดังกล่าว นานเกิน 3 เดือน ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย

Advertisement

“แม้ปัจจุบันโรคเรื้อนจะไม่มีวัคซีนหรือยาป้องกันโรค แต่มียารักษาโรคที่ได้ผลดี “เริ่มรักษาได้เร็วเท่าไร ความเสี่ยงเรื่องความพิการก็ยิ่งลดลง” จึงขอเชิญชวนประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ ให้ได้รับการตรวจวินิจฉัย และรักษาอย่างถูกต้องโดยเร็ว เพื่อให้หายเป็นปกติ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข” นพ.อภิชาต กล่าว