ศาลแขวงโคราชยกฟ้อง ‘เบนจา-โคราชมูฟเมนต์’ รวม 6 คน คดีคาร์ม็อบ 2564

16.01.23 | 17:48 น.

‘เบนจา’ พร้อมเยาวชนโคราชมูฟเมนต์ โล่ง ศาลแขวงยกฟ้องคดีคาร์ม็อบ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.โรคติดต่อ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 มกราคม ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 3 ศาลแขวงนครราชสีมาอ่านพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ1269/2565 คดีหมายเลขแดงที่ 669/2566 ที่พนักงานอัยการคดีศาลแขวงนครราชสีมาเป็นโจทก์ฟ้อง นายวรัญญู คงสถิตย์ธรรม, น.ส.เบนจา อะปัญ นักกิจกรรมทางการเมือง พร้อมพวกรวม 6 คน ซึ่งเป็นเยาวชน กลุ่มโคราชมูฟเมนต์ เป็นจำเลย ฐานความผิดร่วมกันจัดกิจกรรม ซึ่งมีการรวมกลุ่มกันของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 5 คน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานโรคติดต่อ และร่วมชุมนุมในขณะที่มีสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งอาจทำให้เหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้น อันเป็นการกระทำที่ร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ 2548 เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2564 เวลา 16.00 น.


จำเลยทั้ง 6 ร่วมจัดกิจกรรมทางการเมือง “คาร์ม็อบ” บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) จากนั้นได้เคลื่อนขบวนไปตามเส้นทางในเขตเมืองนครราชสีมา และเป็นผู้กล่าวปราศรัยบนรถติดตั้งเครื่องขยายเสียง ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของบุคคลประมาณ 400 คน ที่ไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข อาจทำให้เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา ได้ออกคำสั่งที่ 3916/2564 เรื่อง มาตรการในการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดต่อร้ายแรง เนื่องจากเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ข้อ 10 ห้ามจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มมากกว่า 5 คน แต่ในระยะเวลาดังกล่าวไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ยื่นขออนุญาตแต่อย่างใด

กิจกรรมคาร์ม็อบปี 2564

ทั้งนี้ พยานโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงสนับสนุนให้เห็นว่าจำเลยทั้งหมดเป็นผู้จัดการชุมนุม โดยเป็นเพียงผู้เข้าร่วมการชุมนุมและทำกิจกรรมเท่านั้น จึงไม่มีหน้าที่ต้องขออนุญาต และไม่เป็นความผิดฐานดังกล่าวตามฟ้อง

สำหรับความผิดฐานร่วมกันชุมนุมมั่วสุมในลักษณะมีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค แม้จะมีบุคคลร่วมชุมนุมจำนวนมาก บางคนยืนอยู่ใกล้ชิดกัน บางคนสวมหน้ากากอนามัยไม่เหมาะสม ไม่มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ไม่มีเจลแอลกอฮอล์ให้บริการ และไม่เว้นระยะห่าง แต่เส้นทางการเคลื่อนขบวนและสถานที่ชุมนุมเป็นพื้นที่โล่งกว้าง อากาศถ่ายเทสะดวก รวมทั้งผู้ฟังการปราศรัยส่วนใหญ่สวมหน้ากากอนามัยทั้งสิ้น บางรายอยู่ในยานพาหนะของตนเอง

Advertisement

ประกอบกับโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานนำสืบให้เห็นว่าภายหลังเกิดเหตุมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากการร่วมชุมนุม และไม่มีพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยทั้ง 6 กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยทั้ง 6 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยพยานหลักฐาน พิพากษายกฟ้อง

กิจกรรมคาร์ม็อบปี 2564

ภายหลังฟังคำพิพากษา นายวรัญญู พร้อมพวกได้ขอบคุณ พ.ต.ท.อัครพงษ์ วรรณพงษ์ ทนายความเครื่อข่ายศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ที่คอยช่วยเหลือเป็นที่ปรึกษาข้อกฎหมาย ซึ่งเป็นคดีที่ 3 ที่จำเลยบางรายถูกยื่นฟ้องฐานความผิดเดียวกัน แต่ต่างกรรม ต่างวาระ โดยทุกคดีคำพิพากษายกฟ้องทั้งหมด

น.ส.เบนจาเปิดเผยว่า คำพิพากษายกฟ้องยืนยันสิ่งที่พวกเราขับเคลื่อนมาตลอด และถือเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ รู้สึกดีใจที่เสร็จสิ้นอีกคดี ทั้งๆ ที่ไม่น่าผิดตั้งแต่แรก แต่พวกคุณก็ใช้อำนาจ ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทำให้พวกเราวุ่นวาย ซึ่งเราต้องการเรียกร้องให้คุณภาพสังคมดีขึ้น และต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น