‘ชัชชาติ’ ตั้งงบปีละ 30 ล้าน ที่ปรึกษาฯ อัพเดต ‘สวน 15 นาที’ ได้ที่รัฐ-เอกชนเพิ่ม 107 แห่ง 659 ไร่ ไว้สร้างพื้นสีเขียวใกล้บ้าน
เมื่อวันที่ 16 มกราคม นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เผยถึงที่มาของนโยบายสวน 15 นาที ที่อยากให้ประชนชนได้รู้จักมากขึ้นว่า สิ่งที่ กทม.ให้ความสำคัญที่สุด คือ การคำนึงถึงการเข้าถึงสวนของประชาชน แม้ว่าในปัจจุบัน กทม.จะมีสวนขนาดใหญ่ที่มีความหลากหลาย มีกิจกรรมมากมาย แต่ถ้าประชาชนยังเข้าถึงสวนได้ยาก หรือต้องขับรถไปไกลเพื่อไปยังสวนแห่งใดแห่งหนึ่ง กทม.ถือว่ายังไม่ตอบโจทย์การเป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน

“ดังนั้น นโยบายสวน 15 นาทีจึงเกิดขึ้น ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน คุณก็สามารถเดินถึงสวนได้ภายใน 15 นาที หรือ 800 เมตร นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตามต้องสามารถเข้าถึงพื้นที่สีเขียวได้ เป็นแนวทางของผู้ว่าฯ ชัชชาติที่อยากให้การเข้าถึงสวนของประชาชนดีขึ้น” นายพรพรหมกล่าว

นายพรพรหมกล่าวต่อว่า สำหรับการดำเนินการจัดทำสวน 15 นาทีนั้น เริ่มจากหาพื้นที่ว่างที่ยังไม่ใช้ประโยชน์ ตอนนี้ กทม.ต้องหาแนวทางที่จะเปลี่ยนเป็นสวนให้ได้ ในส่วนของเป้าหมายตั้งไว้อย่างน้อยปีละ 30-40 แห่ง และสวนที่มีต้องสอดคล้องกับจำนวนประชากรในพื้นที่ เช่น พื้นที่ที่จำนวนประชากรหนาแน่น จำเป็นต้องมีสวนให้ได้เหมาะสมกับจำนวนประชากร ส่วนพื้นที่ที่จำนวนประชากรไม่มากนัก ก็อาจจะเป็นลำดับรองลงมา


ในส่วนของความคืบหน้าล่าสุด กทม.ได้ที่ดินที่สามารถเปลี่ยนเป็นสวนได้ 107 แห่ง เป็นที่ดินของ กทม. 42 แห่ง ที่ดินของเอกชน 27 แห่ง ส่วนที่เหลือเป็นที่ดินของรัฐวิสาหกิจ หรือกึ่งภาครัฐ เช่น การทางพิเศษ การรถไฟ รวมพื้นที่ 659 ไร่ ที่สามารถดำเนินการเปลี่ยนเป็นสวน 15 นาทีได้ ในปี 2565 ที่ผ่านมา เปิดใช้แล้ว 13 สวน ซึ่งใช้งบประมาณไม่มาก โดย กทม. ตั้งงบประมาณไว้ปีละ 30 ล้านบาท สำหรับการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นสวนสำหรับพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ อยากเรียนเชิญภาคเอกชน หรือประชาชน ที่มีพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ทำประโยชน์ สามารถมอบให้กับ กทม.ได้ หรืออีกวิธีคือเอกชนสามารถปรับปรุงสวนได้เองและมอบให้กับ กทม. ซึ่ง กทม.ก็จะเข้ามาดูแล บำรุงรักษา เป็นอีกแนวทางที่เอกชนสามารถเข้ามาร่วมกับ กทม.ได้ ภายใต้นโยบายสวน 15 นาที

“การใช้พื้นที่สีเขียว เป็นเรื่องของสุขภาพและสร้างความสุข อยากเชิญชวนประชาชนให้มาใช้พื้นที่สวนสาธารณะมากขึ้น โดยทาง กทม.ส่งเสริมการใช้สวนผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น ดนตรีในสวน หรือบางสวนสามารถนำสุนัข หรือแมว เข้ามาร่วมใช้ประโยชน์ด้วยได้ สำหรับพื้นที่ไหนที่ยังไม่มีสวนใกล้บ้าน กทม.ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด ที่จะพัฒนาพื้นที่ที่อยู่ใกล้บ้านท่านให้เป็นสวนที่ท่านสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ได้” นายพรพรหมกล่าว

ทั้งนี้ กทม. ยังพาชมบรรยากาศดนตรีในสวนเมื่อวานนี้ (15 มกราคม) ซึ่งมีการจัดงานภายใน 4 สวน ได้แก่ สวนรมณีนาถ สวนลาดกระบัง สวนหลวงพระราม 8 และมิวเซียมสยาม ซึ่งมีศิลปินและนักดนตรีมาร่วมกันขับร้องและบรรเลงเพลงสร้างความสุขให้กับผู้คนในสวนสาธารณะช่วงเย็นวันหยุดที่ผ่านมา หลากหลายแนวเพลง
โดยเวทีของเทศกาลดนตรีในสวน มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปิดโอกาสให้นักดนตรีอิสระและนักดนตรีสมัครเล่น ตลอดจนนักเรียนและนักศึกษาได้มีพื้นที่ มีเวทีในการแสดงออก ครอบคลุมไปถึงการชวนผู้คนให้ออกมาใช้ชีวิตนอกบ้าน เพื่อเป็นการสร้างชีวิต สร้างเศรษฐกิจรอบๆ พื้นที่สวนไปพร้อมๆ กัน
สำหรับผู้สนใจ สามารถติดตามกิจกรรมของสัปดาห์ถัดไปได้ที่ Facebook Page กรุงเทพมหานคร โดยจะอัพเดทตารางกิจกรรมทุกๆ สัปดาห์ ซึ่งจะมีการจัดอย่างต่อเนื่อง สถานที่ดังต่อไปนี้

วันเสาร์ที่ 21 มกราคม 2566
– สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม
– อุทยานเบญจสิริ เขตคลองเตย
วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม 2566
– สวนเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา (สะพานพระราม 9) เขตบางคอแหลม
– สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (สวนบางขุนนท์) เขตบางกอกน้อย
– สวนหลวงพระราม 8 เขตบางพลัด
– มิวเซียมสยาม เขตพระนคร
วันเสาร์ที่ 28 มกราคม 2566
– สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม
– อุทยานเบญจสิริ เขตคลองเตย
วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม 2566
– สวนเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา (สะพานพระราม 9) เขตบางคอแหลม
– สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (สวนบางขุนนท์) เขตบางกอกน้อย
– สวนหลวงพระราม 8 เขตบางพลัด
– มิวเซียมสยาม เขตพระนคร
โดยทุกกิจกรรม ประชาชนสามารถเข้าร่วมได้ฟรี เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสกับบรรยากาศของสวนและสุนทรียศาสตร์ของดนตรีอย่างเต็มอิ่ม สามารถติดตามกิจกรรมน่าสนใจมากกว่า 120 อีเวนต์ตลอดเดือนพฤศจิกายน 2565 – เดือนมกราคม 2566 ที่ https://www.bangkokartcity.org/


