พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์กรณีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ และตำรวจกองบังคับการสายตรวจและปฏิบติการพิเศษ หรือ191 เข้าตรวจค้นบ้านพักอดีตกงสุลนาอูรู พื้นที่สน.ทุ่งมหาเมฆ ที่มีคนจีนเช่าต่อแล้วมีเงินสดหายจากตรวจค้นว่า ได้เรียกหน้าห้องอธิบดีดีเอสไอไปสอบเมื่อวันที่ 17 มกราคม ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ยอมรับว่าเป็นผู้ประสาน โดยหน้าห้องอธิบดีเป็นระดับผู้อำนวยการกองหนึ่งมาช่วยงานหน้าห้อง โดยอธิบดีเอามาช่วยงาน ภาษาชาวบ้านเรียกมือขวา ให้การชัดเจนว่าประสาน รองผู้การ 191 เพราะเป็นเพื่อนเรียนปริญญาโทด้วยกัน ในสังคมดีเอสไอเรียกว่า “พี่ท็อป” เป็นมือขวาอธิบดี ถ้าในดีเอสไอต้องคุยกับคนนี้ แล้วรองผู้การ191 ขออนุมัติผบช.น. โดยหน้าห้องคนนี้ให้การชัดเจนว่าประสานเอง ดังนั้นข้อเท็จจริงมีหนึ่งเดียวจากการให้การของเขา
“สารตั้งต้นจากคดีนี้มาจากดีเอสไอ ส่วนใครจะให้สัมภาษณ์อย่างไรไม่เป็นประเด็น ผมกับอธิบดีดีเอสไอเป็นสนิทกัน แต่การทำหน้าที่ ต้องทำอย่างชัดเจน เพื่อให้ความจริงปรากฎ วันนี้ยังสอบสวนต่ออีกหลายฝ่าย”พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว และว่า ผบ.ตร.กำชับให้ทำอย่างรอบคอบชัดเจนและโปร่งใส
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ร.ต.ท.หญิงดีเอสไอ ให้การเป็นประโยชน์มาก ไม่ได้อยู่ชุดฉก.ดีเอสไอ แต่เข้าตรวจค้นด้วยเพราะมีความสามารถภาษาอังกฤษ จึงเอาไปทำงานด้วย แต่ไม่ขอเอ่ยถึงรายละเอียด และหลังจากนี้จะเรียกอธิบดีดีเอสไอมาสอบ เพราะมีผู้ยื่นเรื่องกล่าวหาว่าร่วมกับลูกน้องกระทำความผิด ม.157 ขอเวลาหนึ่งสัปดาห์ในการสอบ จะไล่ว่า อดีตจนท.กงสุลนาอูรู เกี่ยวข้องหรือไม่ และเงินที่เข้าไปจับอยู่กับใคร รวมทั้งการสั่งของตำรวจและดีเอสไอ สั่งการโดยถูกต้องหรือไม่ ซึ่งผบ.ตร.สั่งให้ว่าสอบให้ครบทุกประเด็น
พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผู้บังคับการกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ(ตำรวจ 191) กล่าวว่า เริ่มต้นสถานทูตนาอูรูมีหนังสือมาถึงดีเอสไอ แล้วดีเอสไอประสานให้ตำรวจ 191 เข้าตรวจค้นด้วย ไม่ได้เริ่มต้นมาจาก191
ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไม 191 ออกหมายค้น พล.ต.ต.ภานพ กล่าวว่า ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน มีหนังสือสถานทูตนาอูรูถึงดีเอสไอ มีการสั่งการภายใน แล้วประสาน 191 พอดีสถานทูตแจ้งมามีความผิดปลอมพาสปอร์ต วีซ่า เป็นคดีอาญาทั่วไป ดีเอสไอเห็นว่าเป็นคดีอาญา ไม่เข้าความผิดฐานดีเอสไอทำคดี จึงให้191 ขอหมายค้นให้ ซึ่ง 191 ได้มองเรื่องงานเป็นหลัก ดูตามหลักฐาน เรื่องของความมั่นคง โดย191 เห็นว่า โอกาสการตรวจค้นแล้วมีการกระทำความผิด ตามที่ดีเอสไอรวบรวมหลักฐานมา โดยดีเอสไอขอมาด้วยวาจา ไม่มีเอกสารเป็นทางการในการขอความร่วมมือ ซึ่งเมื่อเรื่องเป็นอย่างนี้ก็ว่ากันตามข้อเท็จจริง ใครกระทำความผิดตามกฎหมาย จะมีดำเนินคดีอาญาและวินัยต่อไป

