ตำรวจ บก.ปปป.เตรียมสรุปสำนวนอธิบดีกรมอุทยานฯ เรียกรับส่วย ส่ง ป.ป.ช.
เมื่อวันที่ 18 มกราคม ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(ผบก.ปปป.) เปิดเผยความคืบหน้าการทำสำนวนคดีที่ นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเรียกรับผลประโยชน์การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในสังกัด ว่าพนักงานสอบสวนเตรียมส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ภายในสัปดาห์หน้าเพื่อให้ทันกำหนดภายใน 30 วัน หลังจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) รับเรื่องร้องเรียนซึ่งเมื่อแน่ชัดวันส่งสำนวนแล้วจะนัดนายรัชฎา ไปที่ ป.ป.ช.ต่อไป
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า การสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีนั้นแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ กลุ่มที่รวบรวมเงิน 98,000 บาท ให้กับนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 เพื่อนำเงินไปให้นายรัชฎา ซึ่งกลุ่มนี้มีพยาน 17 คน ประกอบด้วย เจ้าของเงิน 13 คน, คนรวบรวมเงิน 3 คน และนายชัยวัฒน์ 1 คน โดยทั้งหมดให้การสอดคล้องกัน, กลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากการจ่ายเงินวิ่งเต้นโยกย้ายก่อนหน้านี้มี 5 คน และกลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มหัวหน้างานที่มีรายชื่อและตำแหน่งปรากฏอยู่บนหน้าซองใส่เงิน ที่ตรวจค้นพบในห้องทำงานนายรัชฎา มี 14 ซอง ที่ยืนยันตัวบุคคลจากซองเงิน 21 ซอง แต่ใน 14 ซอง ที่ระบุตัวตนได้นั้นมี 1 ซอง ที่ไม่มีเงินอยู่ ซึ่งเจ้าตัวให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในจำนวนดังกล่าวมี 4 คน ให้การเป็นประโยชน์ ส่วนที่เหลืออ้างว่าเป็นเงินค่าสั่งทำพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 จำลองเพื่อนำเงินเข้ากองทุนช่วยเหลือข้าราชการในสังกัด, เงินที่ใช้ในกองทุนช่วยเหลือสัตว์ป่าและเป็นเงินที่ใช้ด้านอื่น
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ มั่นใจว่าพยานหลักฐานที่มีอยู่จะสามารถเอาผิดนายรัชฎาได้ แม้ว่าจะมีพยานหลายคนที่ปฏิเสธว่าไม่ได้จ่ายเงินวิ่งเต้นตำแหน่ง แต่ท้ายที่สุดแล้วก็จะต้องถูก ป.ป.ช.ไต่สวนอยู่ดีซึ่งเชื่อว่าเมื่อถึงกระบวนการนั้นจะมีพยานกลับคำให้การอีกหลายคนเพราะไม่มีใครอยากตกเป็นผู้ต้องหาหากให้การเท็จกับ ป.ป.ช.ก็จะมีความผิดไปด้วย

