บุกจับ จนท.การเงินสาว เทศบาลลาดยาว นครสวรรค์ ยักยอก 15 ล้าน อ้างใช้หนี้พนันออนไลน์ (คลิป)

19.01.23 | 13:21 น.

ปปป.บุกจับเจ้าหน้าที่การเงิน เทศบาลลาดยาว จ.นครสวรรค์ ยักยอกเงิน กองคลัง 15 ล้าน อ้างหาเงินใช้หนี้แอพพ์เงินกู้ออนไลน์ ด้าน ป.ป.ท.เผย เตรียมขยายผลตรวจสอบ ท้องถิ่นทั่วประเทศ หลังพบเงินรั่วไหลรวมกว่า 200 ล้าน ตร.ปปป.ใช้เป็นโมเดลปราบโกง

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 มกราคม พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. นางพรเพชร เขมวิรัตน์ รองผู้ว่าฯจังหวัดนครสวรรค์ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 สำนักงาน ป.ป.ท. นำกำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจ บก.ปปป. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช., ป.ป.ท., ป.ป.ง. เข้าจับกุม น.ส.พัชรา ประสิทธิกรรม อายุ 41 ปี เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชีชำนาญงานเทศบาลตำบลลาดยาว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ในความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ และเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” ได้ภายในห้องประชุมเทศบาลตำบลลาดยาว


พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบความผิดปกติของเงินกองคลังเทศบาลตำบลลาดยาว หลังพบมีเงินรั่วไหลจากการเบิกถอนเงินในบัญชีธนาคารเทศบาลโดยไม่ทราบวัตถุประสงค์ ตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค.65 ถึงวันที่ 17 มกราคม 2566 จำนวน 215 ครั้ง รวมเป็นเงิน 15,867,275.49 บาท จึงจัดกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบจนทราบว่า น.ส.พัชรา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและบัญชีชำนาญงานเทศบาลตำบลลาดยาว ที่เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับการเบิกถอนเงินงบประมาณและเงินต่างๆ ของเทศบาล ได้ทำการยักยอกเงินทั้งหมดดังกล่าวไปใช้จ่ายส่วนตัว โดยใช้ช่องโหว่จากการที่เป็นคนถือรหัสพินสามารถเบิกถอนเงินออกจากธนาคารได้ ซึ่งจากการกระทำดังกล่าวสร้างความเสียหายให้กับรัฐและทางธนาคารเป็นอย่างมาก จึงตัดสินใจนำกำลังเข้าทำการจับกุมตัวดังกล่าว พร้อมกับเชิญตัวพยานบุคคลอีก 3 รายมาสอบปากคำในฐานะพยาน รวมถึงเข้าตรวจค้นบ้านพักของ น.ส.พัชรา เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม

จากการสอบสวน น.ส.พัชรา เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่านำเงินดังกล่าวไปใช้หนี้ที่กู้มาจากแอพพ์เงินกู้ออนไลน์ ซึ่งมีหลายเจ้าจึงทำให้หมุนเงินไม่ทัน ประกอบกับมีการส่งภาพคลิปวิดีโอข่มขู่ฆ่าจนเกิดความหวาดกลัว จึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าวเพื่อเร่งนำเงินไปใช้หนี้ พร้อมยอมรับว่าทำเพียงคนเดียว ไม่เกี่ยวกับสามี หรือหัวหน้าหน่วยงานคนอื่นๆ ส่วนสาเหตุที่ต้องกู้เงินจากแอพพ์เงินกู้ออนไลน์ดังกล่าวเนื่องจากตนติดพนันออนไลน์

Advertisement

ด้าน พ.ต.ท.สิริพงษ์กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าวเป็นแค่ส่วนหนึ่งเพียงเท่านั้น เพราะจากการตรวจสอบข้อมูลการเงินหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศ พบมีเงินรั่วไหลออกจากระบบโดยไม่ทราบวัตถุประสงค์รวมกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากการการยักยอกเงินในลักษณะเดียวกันของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานนั้นๆ จนสร้างความเสียหายให้กับรัฐเป็นอย่างมาก โดยหลังจากนี้จะมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องขยายผลตรวจสอบการเงินงบประมาณต่างๆ ของหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งอย่างละเอียด เพื่อติดตามเงินที่ถูกยักยอกไปกลับคืนมา และป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก

ต่อมาเวลา 12.30 น. ที่ ห้องประชุม เทศบาลตำบลลาดยาว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ พร้อมด้วย นางพรเพชร เขมวิรัตน์ รองผู้ว่าฯจังหวัดนครสวรรค์ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 สำนักงาน ป.ป.ท. นายอภินันท์ เรืองประเภท ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดนครสวรรค์ นายสุภาพ ศักดิ์สัจจา นายกเทศมนตรีตำบลลาดยาว น.ส.สุวัชรี ศรีกำพี้ นายอำเภอลาดยาว นางทิวาพรรณ สหอารักขา ท้องถิ่นจังหวัดนครสวรรค์ และตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุม น.ส.พัชรา

พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่า สืบเนื่องจากทาง ป.ป.ท.ได้การร้องเรียนให้ช่วยตรวจสอบเรื่องดังกล่าวเรื่องดังกล่าว จึงมีการประสานความร่วมมือกับทางตำรวจและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จนเกิดเป็นการบูรณาการกำลังร่วมกันสืบสวนสอบสวนตามจับกุมผู้กระทำผิด ซึ่งจากแนวทางสืบสวนพบมีการกระทำผิดจริง มีการเบิกเงินออกไปทุกวันวันละ 2-3 แสน ส่วนการดำเนินการกับผู้ต้องหาหลังจากนี้จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้กระทำผิด ส่วนจะมีใครเกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่นั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบ หากพบดำเนินคดีไม่มีข้อยกเว้น อยากฝากไปถึงผู้ที่คิดตะกระทำผิดอยากให้ตระหนักว่าอัตราโทษคดีลักษณะดังกล่าวค่อนข้างสูง มีตั้งแต่จำคุก 5 ปี ถึง 20 ปี หรือตลอดชีวิต

ส่วนคำให้การของผู้ต้องหาที่อ้างว่าสาเหตุหลักมาจากติดพนันออนไลน์ กู้เงินนอกระบบจากแอพพ์เงินกู้ออนไลน์ ทำเพียงคนเดียว นั้นก็สิทธิของผู้ต้องหา แม้จะมูลความจริงอยู่บ้างแต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อทั้งหมด หลังจากนี้จะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียดว่ามีการโยกย้ายไปที่ใดบ้าง รวมถึงเร่งสอบปากคำพยานต่างๆ ตรวจสอบข้อมูลโทรศัพท์ ส่วนเรื่องเว็บพนันออนไลน์ และแอพพ์เงินกู้นั้น เบื้องต้นได้รายงานให้ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติรับทราบแล้ว และจะมีการขยายผลต่อเนื่อง มีการประสาน ป.ป.ง. เข้ามาข่วยตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ

พ.ต.ท.สิริพงษ์กล่าวว่า การทุจริตของผู้ต้องหาแม้จะเป็นเพียงเจ้าหน้าที่รายเล็กแต่สามารถสร้างความเสียหายให้แก่ภาครัฐได้เป็นอย่างมาก แค่ภายในปีเดียวสามารถทุจริตเงินรัฐได้มากถึง 15 ล้านบาท และใช้เวลาเพียงแค่ 3 เดือน ยักยอกเงิน 13 ล้านบาท โดยใช้วิธีการทุจริตผ่านระบบ KTB Corporate Online ซึ่งกรณีนี้เป็นกรณีพิเศษเป็นแรกที่จับกุมได้ และหลังจากนี้เราจะใช้เป็นโมเดลในการปราบปรามทุจริตลักษณะเดียวกันขององค์กรส่วนท้องถิ่นอื่นๆ ที่มีอยู่ทั้วประเทศกว่า 7,000 แห่ง ซึ่งขณะนี้ตรวจพบการทุจริตลักษณะนี้แล้วประมาณ 7 จังหวัดเสียหายรวมกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งหลังจากนี้จะมีการร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบแก้ไขและปราบปราม

ขณะที่ นางพรเพชรกล่าวว่า จากเรื่องที่เกิดขึ้นทางจังหวัดไม่นิ่งดูดาย สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมา ส่วนการลงโทษทางวินัยยืนยันว่ามีแน่นอนแต่จะถูกลงโทษอย่างไรบ้างนั้นจะชี้แจงให้ทราบในภายหลัง หลังจากที่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้น

ด้าน นายสุภาพกล่าวว่า เหตุที่ไม่ทราบว่า น.ส.พัชรา กระทำการทุจริตดังกล่าว เพราะมีการปลอมแปลงเอกสารเพื่ออำพรางความผิดปกติ จนกระทั่งมาทราบเรื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งหลังจากนี้จะมีการตรวจสอบขั้นตอนการทำธุรกรรมต่างๆ อย่างละเอียดให้มากขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้นมาอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินบุคคลใกล้ชิดของ น.ส.พัชรา โดยเฉพาะบัญชีธนาคารของสามี พบมียอดเงินโอนหลักหมื่นเข้ามาทุกวันตั้งแต่ปี 2558 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเงินดังกล่าวมีที่มาที่ไปอย่างไร เกี่ยวข้องกับเงินที่มาจากการทุจริตครั้งนี้หรือไม่ นอกจากนี้ ในระหว่างที่พนักงานสอบสวนกำลังสอบปากคำอยู่นั้นได้มีเบอร์โทรศัพท์ปริศนาที่เชื่อว่าน่าจะเป็นเบอร์โทรของแอพพ์เงินกู้นอกระบบโทรเข้ามาเพื่อทวงหนี้ น.ส.พัชรา จำนวนหลายสายอีกด้วย