วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานีมีกลุ่มสมาชิกสภาจังหวัดอุบลราชธานีนำโดยนายประสิทธิ์ อาศัยบุญ ส.จ. เขต 5 อ.เมือง นางพิมพกาญจน์ พลสมัคร ส.จ. เขต 2 อ.ม่วงสามสิบ นายสุวทิน ดอกรัก ส.จ. เขต 3 อ.เมือง นายณรงค์ บุญญะศรี ส.จ. เขต 2 อ.วารินชำราบ นายสุทัศน์ วะสุรีย์ ส.จ. เขต 4 อ.เมือง และนายจำรูญศักดิ์ จันทรมัย ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น ภาคอีสาน เดินทางมายื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้ากับนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายปัญญา มีธรรม ท้องถิ่นจังหวัดอุบลราชธานีกรณีการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างในองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี
นายประสิทธิ์ กล่าวว่า สมาชิกสภาจังหวัดอุบลราชธานีจำนวนหนึ่งได้ยื่นคำร้องกับทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบนายพรชัย โควสุรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานีและผู้บริหารได้บริหารงานตามข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2555 2556, 2557, 2558 และข้อบัญญัติเพิ่มเติมปี 2556 ,2557 และข้อบัญญัติจ่ายขาดเงินสะสม พ.ศ. 2556, 2557 มีโครงการส่อไปในทางทุจริต เบียดบังทรัพย์สินเงินทองของทางราชการไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว ปฎิบัติหรือละเว้นปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการโดยทุจริต เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองและผู้อื่นซึ่งต่อมา จังหวัดอุบลราชธานีมีหนังสือถึงรักษาการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี เรื่อง ร้องเรียนนายพรชัย โควสุรัตน์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี กระทำการโดยทุจริต และเป็นผู้มีส่วนได้เสียกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี
ต่อมาสำนักตรวจสอบพิเศษภาค 5 สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบสืบสวน ครั้งประชุมที่ 22/2559 เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2559 สรุปว่านายพรชัย กับพวก เป็นผู้มีส่วนได้เสียกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี และได้ส่งเรื่องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีให้ดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายกับนายพรชัย โควสุรัตน์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี และนายสุทัศน์ เรืองศรี เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี(ปัจจุบันเป็นรองนายกรักษาการนายดก อบจ.อุบลฯ) เข้าข่ายการเป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี เป็นคู่สัญญาหรือในกิจการที่กระทำให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้นและเป็นกรณีที่ละเลยไม่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่หรือประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน และดำเนินการทางละเมิดกับนายพรชัย โควสุรัตน์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานีใน ความผิดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้น และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่ง ผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
กรณีทำให้ราชการเกิดความเสียหายจากการใช้จ่ายเงินงบประมาณของแผ่นดินที่เกิดการสูญเปล่าและไม่คุ้มค่าในการลงทุนแต่เป็นการแสวงหาผลประโยชน์เพื่อให้ตนเองและบุคคลในครอบครัวรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 114,543,916 บาท รวมทั้งดำเนินการตามกฎหมายกับนางสาววาสิฎฐี ศรีธัญรัตน์ นายสุทัศน์ นายชัยยงค์ โคตะสิน นายศักดิ์ เลรุ่งดิศ นางสาวมาเรียม สาลี นางสาวปิยนันท์ นามวงศ์ นางสาวศศิลักษณ์ เศรษฐกุลวานิช นางสาวช่อเพชร ศรีธัญรัตน์ นายทองดี รวมวงศ์ และนางสาววนิดา สุดแสง ความผิดเป็นผู้สนับสนุนให้เจ้าพนักงานกระทำความผิด

ด้าน นางพิมพกาญจน์ กล่าวว่า นอกจากนี้จังหวัดได้มีคำสั่งที่ 4792/2559 ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2559 แต่งตั้งกรรมการสอบสวนนายพรชัย และนายสุทัศน์ กรณีการเป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี เป็นคู่สัญญา ซึ่งสมาชิกสภาจังหวัดได้ติดตามความคืบหน้าถึงการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องของ อบจ.ตามคำสั่งของทางจังหวัดมาโดยตลอด แต่ไม่มีความคืบหน้าในเรื่องของการแจ้งความในคดีอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหนังสือสั่งการของทางจังหวัดที่ อบ 0023.4/19595 ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2559 เมื่อไปถึง อบจ.ก็ถูกเก็บดองเรื่องไว้จนถึงปัจจุบัน ได้ติดต่อสอบถามไปยังนิติกรของ อบจ.ถึงการดำเนินการแจ้งความเอาผิดกับรักษาการนายก อบจ.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ได้รับคำตอบว่ายังไม่มีการมอบหมายในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด ประเด็นปัญหาดังกล่าวอยู่ที่ว่ารักษาราชการแทนนายก อบจ.อุบลฯ จะสั่งการให้นิติกร ของ อบจ.ไปแจ้งความดำเนินคดีอาญากับตัวเองและลงโทษผู้เกี่ยวข้อง ได้อย่างไร และที่สำคัญจะไปเกี่ยวเนื่องกับการบริหารงบประมาณปี 2560 จำนวน 1,400 กว่าล้านบาทอีก
“ซึ่งไม่น่าจะให้ผู้บริหารที่ถูก สตง.สั่งให้แจ้งความดำเนินคดีในเรื่องทุจริต ได้ดำเนินการในเรื่องของการบริหารงบประมาณปี 2560 เพราะถือว่ามีมลทินมัวหมอง ทั้งนี้เรื่องทุกอย่างไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร จึงได้เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อทวงถามความคืบหน้าในการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว กับผู้ว่าราชการจังหวัดและขอให้ทางจังหวัดได้เสนอปลดรักษาการนายก อบจ.เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต แล้วแต่งตั้งผู้ที่มีหลักธรรมมาภิบาล เข้ามาดำเนินการแทนจนกว่าจะมีการเลือกตั้งคณะผู้บริหารชุดใหม่ “ นางพิมพกาญจน์ กล่าว
ขณะที่นายสมศักดิ์กล่าวว่าการดำเนินการดังกล่าวอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย ทั้งนี้จะได้สั่งการให้ท้องถิ่นจังหวัดอุบลฯได้ติดตาม ตรวจสอบถึงความคืบหน้าในหนังสือสั่งการของทางจังหวัดที่ได้แจ้งให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดดำเนินการตามข้อสรุปของสำนักงานตรวจสอบพิเศษภาค 5 โดยเน้นย้ำให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยเร่งด่วนต่อไป ต้องให้ความเป็นธรรม ไม่ได้ใช้อารมณ์ ต้องเป็นอย่างนั้น ต้องเป็นอย่างนี้ไม่ใช่ เค้าตั้งผมมาใช้ดุลยพินิจ ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขอให้สบายใจได้ ผมให้ความเป็นธรรมอยู่แล้ว

