จากกรณีตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) นำโดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผบก.สอท.2 เปิดยุทธการ ผึ้งแตกรัง ปิดล้อมตรวจค้น 11 จุด โดยจุดที่สนใจคือ การบุกค้นบ้าน “เม พรีมายา” น.ส.พิชญ์นรี ตันติวิทย์ เจ้าของแบรนด์อาหารเสริม พรีมายา หลังศาลออกหมายจับ ข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ซึ่งเป็นการทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อัน โดยข้อหาข้างต้น มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท กรณีอ้างลงทุนเพียง 6 พัน สามารถฟันกำไรได้มหาศาลถึง 15 ล้านบาท ในเวลา 3 เดือน
เมื่อคืนนี้ ตำรวจสามารถติดตามจับกุมได้เพิ่มเติมอีก 4 คน ในพื้นที่ภาคใต้ โดย 1 ในนั้นคือ น.ส.รัชนันท์ หรือนุ่มนิ่ม ลูกข่ายคนสนิท ที่มีภาพปรากฏถ่ายรูปคู่รถหรูและเป็นคนโพสต์ข้อความลงโซเชียลมีเดีย อ้างว่าลงทุน 6,000 บาทจะได้กำไร 15 ล้าน ใน 3 เดือน จึงทำให้กระแสแบรนด์พรีมายาเป็นที่รู้จัก
โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการคุมตัวมาสอบปากคำที่ สอท. ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คน ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวในวันนี้เช่นกัน
ล่าสุดเวลา 12.00 น. พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา ผบก.สอท.5 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.5 ได้ทำการควบคุมตัว น.ส.ปาลิน (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 30/2566 ลงวันที่ 13 ม.ค., น.ส.โชติกา (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 32/2566 ลงวันที่ 13 ม.ค.
น.ส.กรรณิการ์ (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 35/2566 ลงวันที่ 13 ม.ค. และ น.ส.รัชนันท์ (ขอสงวนนามสกุล) หรือนุ่มนิ่ม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 42/2566 ลงวันที่ 17 ม.ค. มาทำการสอบปากคำที่ บช.สอท. โดยทาง พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผบก.สอท.2 และ พ.ต.อ.อภิรักษ์ จำปาศรี รรท.ผกก.2 บก.สอท.2 จะสอบปากคำด้วยตนเอง หลังจากสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดได้ที่ จ.สุราษฎร์ธานี
จากการสอบถาม น.ส.รัชนันท์กล่าวว่า ไม่ได้กังวล เพราะทำงานหาเลี้ยงครอบครัว เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ลงทุน 6,000 บาท ได้กำไร 15 ล้านบาท จริงหรือไม่ นุ่มนิ่มตอบว่า “ทำได้จริง มีหลักฐานทุกอย่าง และส่งให้กับตำรวจหมดแล้ว”



