วันที่ 30 พฤศจิกายน ที่สวนลุมพินี นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวภายหลังการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการนำสายไฟฟ้าลงดิน ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ว่า เดิมได้มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2551 ให้อนุมัติการดำเนินการจัดทำบ่อพักสายไฟและนำสายไฟฟ้าลงดินบริเวณสวนลุมพินี ซึ่งขณะนี้เป็นระยะเวลากว่า 9 ปีแล้ว เนื่องจากตลอดที่ผ่านมายังอยู่ในการทำความเข้าใจของประชาชน ซึ่งขณะนี้ก็พร้อมจะดำเนินการแล้ว
“การดำเนินการครั้งนี้นอกจากจะต้องทำความเข้าใจแก่ประชาชนแล้ว ยังคิดว่าจะเป็นประโยชน์สูงสุดแก่พื้นที่โดยรอบสวนลุมพินี เนื่องจากในอนาคตคาดว่าจะมีการขยายตัวของเมืองมากขึ้น ซึ่งก็จะต้องใช้ไฟมากขึ้นเช่นกัน แต่หากศักยภาพการใช้ไฟยังเท่าเดิม ทั้งโรงพยาบาล โรงเรียนและอาคารสำนักงานต่างๆ รอบบริเวณนี้ก็มีไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อการใช้งาน จึงเห็นควรให้ดำเนินการและใช้ระยะเวลา 1,800 วันหลังจากนี้” นายจักกพันธุ์ กล่าว
ด้านนายสุดใจ ตรีเพชร ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกฟน. กล่าวว่า เรื่องของระบบไฟในกลางใจเมืองได้มีสถานีไฟฟ้าอยู่ที่สวนลุมพินีมาตั้งแต่ 40-50 ปีแล้ว แต่ปัจจุบันได้เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา จึงจะต้องเพิ่มศักยภาพในการจ่ายไฟและการร้อยท่อสายไฟฟ้าใต้ดินไปพร้อมกัน โดยทางกฟน.จำเป็นต้องใช้พื้นที่ลานจอดรถ ขนาดความกว้างประมาณกว้าง 15 เมตร (ม.) และยาว 65 ม. หรือพื้นที่จอดรถประมาณ 40 คันจาก 400 คันของสวนลุมพินีซึ่งเป็นพื้นที่กทม.ดำเนินการ ทั้งนี้ การจัดทำบ่อไฟฟ้าและนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินนั้นจะดำเนินการในรูปแบบของระบบงานดันท่อลอด (Pipe Jacking) ซึ่งลึกลงไปในพื้นดินถึง 10 ม. จึงไม่มีผลกระทบต่อพื้นดินและสิ่งแวดล้อมโดยรอบอย่างแน่นอน รวมถึงหากลานจอดรถไม่เพียงพอต่อประชาชน ทางกฟน.ได้จัดหาลานจอดรถทดแทนบริเวณร.ร.สวนลุมพินีและบริเวณหลังประตู 6 สวนลุมพินีด้วย
“ขณะกำลังก่อสร้างทางกฟน.จะทำกำแพงคอนกรีตเพื่อไม่ให้รบกวนต่อนักเรียนบริเวณโดยรอบและประชาชนผู้มาใช้บริการในสวนลุมพินี ระหว่างนี้จะประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงประชาชนมากที่สุด ได้แก่ จัดทำป้ายประกาศต่างๆ และจัดตั้งสถานีร้องเรียนภายในสวนลุมพินีเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามาปรึกษาหรือให้คำแนะนำระหว่างดำเนินการได้ ทั้งนี้ในอนาคตจะดำเนินการนำสถานีไฟฟ้าสวนลุมพินีลงใต้ดินเป็นแห่งแรกของกทม.ด้วย” นายสุดใจ กล่าว

