ศาลยกฟ้อง ‘วีรโชติ’ แพะคดียาเสพติด แม่ดีใจน้ำตาไหล 2 ปีลูกติดคุก ครอบครัวพังหมด พ่อก็ตาย (คลิป)

24.01.23 | 12:18 น.

ศาลยกฟ้อง ‘วีรโชติ’ แพะคดียาเสพติด ถูกกล่าวหาส่งยาบ้า 2 แสนเม็ดผ่านขนส่งเอกชนจากเชียงราย ปี’63 ทั้งที่วันเดียวกันสเเกนนิ้วมือทำงานอยู่กรุงเทพฯ แม่ดีใจน้ำตาไหล 2 ปีครอบครัวพังหมด พ่อก็ตาย


เมื่อวันที่ 24 มกราคม ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 807 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการคดียาเสพติดเป็นโจทก์ฟ้อง นายวีรโชติ สุทธิกุล จำเลยในคดีร่วมกันสมคบค้ายาเสพติด และฟอกเงิน จากกรณีเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2563 ตำรวจปราบปรามยาเสพติดสามารถยึดพัสดุที่ซุกซ่อนไอซ์ 2 กิโลกรัม และยาบ้า 2 แสนเม็ด ไว้ในลำโพง ระบุปลายทางที่ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อตรวจสอบพบว่าต้นทางถูกส่งมาจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 11 พ.ค.63 มีผู้ใช้เลขบัตรประชาชน และชื่อสกุล วีรโชติ สุทธิกุล เป็นผู้ส่งผ่านบริษัทขนส่งเอกชน ต่อมาในเดือนกรกฎาคมตำรวจจึงได้ขอศาลออกหมายจับ

จากนั้นในเดือนสิงหาคม 2563 นายวีรโชติจึงได้นำหลักฐานเป็นบันทึกการสแกนนิ้วมือเข้าทำงาน พร้อมกล้องวงจรปิดในวันทำงานของวันที่ 11 พฤษภาคม 2563 เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ว่าไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดดังกล่าว แต่อัยการได้มีความเห็นสั่งฟ้อง และนายวีรโชติถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำมานานเกือบ 2 ปี

โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐาน โดยเฉพาะพยานรายสำคัญของฝ่ายโจทก์ ซึ่งเป็นพนักงานบริษัทขนส่งสินค้าใน จ.เชียงราย ให้การยืนยันว่ามีบุคคลชื่อ วีรโชติ สุทธิกุล มาส่งพัสดุที่สาขานี้ถึง 6 ครั้ง โจทก์ให้พยานชี้ภาพถ่ายของจำเลย โดยไม่มีภาพบุคคลอื่นมาปะปน ซึ่งเป็นบัตรประชาชนของจำเลยที่ทำไว้เมื่อ 4 ปี พยานยืนยันว่าคนมาส่งพัสดุคือจำเลย แต่เมื่อนำจำเลยมายืนปะปนกับบุคคลอื่นอีก 6 คน เพื่อให้พยานชี้ตัวอีกครั้ง พยานกลับใช้เวลาในการตัดสินใจนานและไม่แน่ใจว่าจำเลยคือคนที่มาส่งพัสดุหรือไม่ ขณะที่พยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการบริษัทกำจัดแมลง เพื่อนร่วมงาน และลูกค้า ของบริษัทกำจัดแมลงที่จำเลยออกไปปฏิบัติงานในวันที่ 11 พฤษภาคม 2563 ซึ่งเป็นวันเดียวกับการส่งพัสดุที่ จ.เชียงราย ต่างให้การไปในทำนองเดียวกัน

Advertisement

โดยผู้จัดการบริษัทกำจัดแมลงระบุว่า ในช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด จึงให้พนักงานสแกนลายนิ้วมือการเข้า และออกงานผ่านระบบออนไลน์ หากมีการแก้ไขข้อมูลจะต้องมีการแจ้งให้ทางแอดมินและฝ่ายบุคคลทราบ แต่ในวันเวลาดังกล่าวยืนยันว่านายวีรโชติ จำเลยรายนี้ได้มีการสแกนลายนิ้วมือจริง และไม่ได้มีการแก้ไขข้อมูลแต่อย่างใด ซึ่งสอดคล้องกับคำยืนยันของจำเลยว่าในวันดังกล่าวได้สแกนลายนิ้วมือเข้าออกการทำงานและไปปฏิบัติงานกำจัดแมลงให้กับลูกค้าย่านบางแคและบางบอน รวม 2 จุด โดยเพื่อนร่วมงานก็ให้การยืนยันว่านายวีรโชติไปปฏิบัติงานจริง โดยมีภาพถ่ายการทำงานในวันเวลาดังกล่าวมายืนยันด้วย

ขณะที่ลูกค้าของบริษัทกำจัดแมลงที่นายวีรโชติเข้าไปปฏิบัติงาน ก็ให้การยืนยันว่านายวีรโชติมาปฏิบัติงาน และนำเอกสารภายหลังการปฏิบัติงานเสร็จสิ้นมาให้กับลูกค้าเซ็นกำกับ

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่อาจเป็นไปได้เลยว่าในวันที่ 11 พฤษภาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงเวลาส่งพัสดุ ประมาณ 09.00-10.00 น. ใน จ.เชียงราย แล้วจำเลยจะกลับมาปฏิบัติงานที่กรุงเทพฯในช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. แม้จะเดินทางด้วยเครื่องบินก็ตาม เห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์ไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิด ข้อต่อสู้ของจำเลยฟังขึ้น พิพากษายกฟ้อง และให้ออกหมายปล่อยจำเลยเพื่อปล่อยตัวจากเรือนจำวันนี้

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ซึ่งได้รับการประสานจากการครอบครัวของนายวีรโชติเพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบคดีนี้ เพราะเชื่อว่า นายวีรโชติเป็นแพะในคดียาเสพติด วันนี้ได้เดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาด้วย พร้อมระบุว่าการใช้อำนาจของตัวเองที่มีอ้างว่าเป็นดุลพินิจนั้นควรต้องตัดสินด้วยพยานหลักฐานเป็นสำคัญ เมื่อนายวีรโชติพิสูจน์ตัวเองได้แล้ว มีเจ้าหน้าที่ยืนยันแล้วว่าทำงานอยู่กรุงเทพฯโดยวิธีสแกนนิ้วมือ ซึ่งเป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แต่คำพูดคนมันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ วันนี้ได้ฟังคำพิพากษาของศาลว่าพยานชี้รูปและไม่ชี้ตัวจริง เพราะมาเจอตัวจริงไม่กล้าชี้ ก็เป็นข้อสงสัยอยู่แล้วเพราะส่วนตัวเคยได้คุยพยานรายนี้ว่าบุคคลที่มาส่งพัสดุไม่ใช่นายวีรโชติ แต่พอไปเบิกความในศาลกลับเบิกความยืนยันว่าเป็นนายวีรโชติ ดังนั้น จะพิจารณาแจ้งความเอาผิดกับพยานรายนี้ต่อไป

ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้จะเดินหน้าเรียกร้องเงินเยียวยาที่กระทรวงยุติธรรมเพื่อให้นายวีรโชติได้รับเงินเยียวยาในคดีที่ตกเป็นแพะ แต่ทั้งนี้ ต้องดูว่าอัยการจะอุทธรณ์หรือไม่เพราะถ้าอัยการอุทธรณ์ก็คงต้องไปสู้ในชั้นอุทธรณ์ และจะอ้างอิงจากคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ออกมาชัดเจนอยู่แล้วว่าพยานโจทก์ไม่น่าเชื่อถือ

ขณะที่มารดาของนายวีรโชติกล่าวทั้งน้ำตาว่า รู้สึกดีใจมาก รอคอยคำพูดนี้มานานแล้ว ที่อยากให้ศาลพิพากษายกฟ้อง โดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมาครอบครัวพังหมด พ่อก็เสียชีวิต ส่วนลูกสาวของนายวีรโชตินั้น แม่ของหลานจะมารับไปดูแล พอช่วงวันศุกร์-อาทิตย์ก็จะนำมาฝากไว้ให้ตนดูแล ซึ่งตนบอกกับหลานว่าที่ผ่านมาพ่อไปทำงานและวันนี้ก็จะได้เจอกับพ่อแล้ว