เมื่อวันที่ 24 มกราคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงกรณีปัญหาข้อพิพาทในที่ดินที่เกี่ยวข้องกับชุมชนชาวเล เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วยกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมที่ดิน กรมอุทยาน กรมธนารักษ์ และกรมบังคับคดี เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาชาวบ้านในพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล และพื้นที่ที่มีการรุกล้ำพื้นที่อุทยาน โดยจะตั้งคณะอนุกรรมการ 3 คณะ ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการดูแลวิถีชีวิตคนพื้นที่ คณะอนุกรรมการด้านการบังคับใช้กฎหมาย และคณะอนุกรรมการด้านการตรวจสอบสิทธิ โดยทั้ง 3 คณะจะทำงานไปพร้อมๆ กันเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ วันที่ 26 ม.ค. ผู้แทนกรมอุทยานจะเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ที่มีการบุกรุกพื้นที่เขตอุทยาน หรือมีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำพื้นที่ เพื่อบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิด และจะให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบสิทธิของผู้ถือครองที่ดินต่างๆ ว่ามีสิทธิตามกฎหมายถูกต้องหรือไม่ รวมทั้งจะดำเนินการร่วมกับกรมบังคับคดี ตรวจสอบพื้นที่ที่ศาลมีคำพิพากษาบังคับคดีให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ที่รุกล้ำ ให้ดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อให้สามารถคืนพื้นที่ให้ได้โดยเร็วขณะที่ในส่วนของการดำเนินการในพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ ทางอุทยานแห่งชาติตะรุเตา เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับ น.ส.พัชรินทร์ แสงสว่าง กับพวก รวม 3 คน ข้อหา “ร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าฯ” และรายของนายณัฐพันธุ์ อังโชติพันธุ์ กับพวก รวม 4 คน อีก 2 ข้อหา และรับแจ้งจากเจ้าของสิทธิ์ที่มีการเสนอออกโฉนดที่ดินเพิ่มยินยอมที่จะไม่ออกโฉนดที่ดินที่เพิ่มออกมา
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าการตั้งอนุกรรมการ ขึ้นมาเพื่อแยกประเด็นและแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ตามแนวทางโดยให้มีการบังคับใช้กฎหมายร่วมกัน พร้อมรับฟังและให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และจะนำเครื่องมือพิเศษเข้าไปรังวัดพร้อมกับให้ปลัดกระทรวงการคลังอนุมัติให้กรมธนารักษ์ เข้ามาเป็นคณะทำงานแก้ไขปัญหาและชี้จุดที่เป็นปม ข้อพิพาทบริเวณปากทางเข้าโรงเรียนเกาะอาดัง ในส่วนของ 15 คดีที่มีการพิพากษาไปแล้วจะต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังโดยจากนี้ไปจะเป็นการทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดการบูรณาการในการบังคับใช้กฎหมายไม่ใช่ต่างคนต่างทำ เพราะที่ผ่านมาการบังคับใช้กฎหมายไม่เกิดขึ้นจริงเป็นเพราะต่างคนต่างกลัวที่จะถูกดำเนินคดี ซึ่งในระยะยาวจะต้องมีการจัดระเบียบในภาพรวม เพื่อให้ฟื้นฟูสภาพเกาะหลีเป๊ะให้กลับมาสวยงาม เข้ากับวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ รวมทั้งพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเที่ยวอีกด้วย โดยการแก้ไขปัญหานี้จะดำเนินการให้เร็วที่สุด แต่ดำเนินการอย่างรอบคอบรัดกุม เพื่อให้การแก้ไขปัญหานั้นมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน

