ตำรวจมีเบี้ยเลี้ยง เงินเดือน อ้างไปรับจ๊อบเพื่อปากท้องไม่ได้ ผบช.น.ลั่นพบผิดฟันวินัย-อาญาทุกคนที่เกี่ยวข้อง

24.01.23 | 15:53 น.

เมื่อวันที่ 24 มกราคม ที่กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบช.น. มาประชุมร่วมกับ พล.ต.ต.สุวิชชา จินดาคำ ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) ภายหลังใช้เวลาประชุมกว่า 2 ชั่วโมง พล.ต.ท.ธิติเปิดเผยว่า จากที่มีตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจ บก.จร. นำรถจักรยานยนต์ส่วนตัวไปดัดแปลงติดไซเรน และเครื่องหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อนำไปอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน จนนักท่องเที่ยวชาวจีนออกมาโพสต์คลิปวิดีโอลงโซเชียล ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง บก.จร. ต้นสังกัดเรียก 2 นายมาสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้ว


พล.ต.ท.ธิติกล่าวว่า ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นตอนนี้ยังไม่ได้รับรายงาน ต้องให้เวลาการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง เนื่องจากการตั้งคณะกรรมการสอบสวนฝั่งจเรตำรวจร่วมสอบด้วยและการมาประชุมก็มาดูข้อบกพร่องของเรื่องดังกล่าวว่ามีข้อบกพร่องตรงไหน ทำไมถึงเกิดประเด็นนี้ในสังคม ส่วนที่ว่าจะมีความผิดทางอาญาหรือไม่นั้น พล.ต.ท.ธิติกล่าวว่า ความผิดนั้นเห็นชัดเจนอยู่แล้ว ส่วนที่ว่าใครเป็นตัวกลางประสานให้มาปฏิบัติหน้าที่นั้นมีหลายส่วนเกี่ยวข้องต้องตรวจสอบ เพราะรถนำขบวนนั้นไม่ได้มีแค่กองบัญชาการตำรวจนครบาล แต่ยังมีหลายหน่วยงานที่มีรถนำขบวนเช่นกัน ทั้งตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจท้องที่ก็มี

ผบช.น.กล่าวว่า หากตำรวจ 2 นายนั้นอ้างว่า ทำไปเพื่อปากท้อง พล.ต.ท.ธิติกล่าวว่า ตำรวจมีเบี้ยเลี้ยง เงินเดือน และมันมีวิธีการอื่นที่ดีกว่า หลังจากนี้ หากพบว่ามีการกระทำผิดในลักษณะนี้อีกก็จะลงโทษผู้บังคับบัญชาเพราะเสียภาพลักษณ์ตำรวจ ฝากถึงประชาชนที่อาจจะรู้สึกไม่ดีเวลาเห็นรถนำขบวนแล้วกังวลว่าจะเป็นการนำขบวนนักท่องเที่ยวที่ดูไม่เหมาะสมหรือไม่ ก็สามารถแจ้งมาที่ตำรวจได้เลย

ด้าน พล.ต.ต.สุวิชชากล่าวว่า รอผลการสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมด และย้ายให้ตำรวจ 2 นาย ในสังกัด บก.จร. เข้ามาทำงานที่ ศปก.บก.จร. แล้วส่วนผลการสอบปากคำพาดพิงไปถึงใครก็จะเรียกบุคคลนั้นมาสอบปากคำร่วมด้วย เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน

Advertisement