ศาลอาญากรุงเทพใต้ สืบพยานโจทก์ล่วงหน้าคดีตู้ห่าวกับพวกสมคบค้ายาฟอกเงิน โดยอัยการนำนักธุรกิจจีนที่เคยเที่ยวผับจินหลิงเบิกความ ยันเข้าไปเสพยา-เล่นพนันภายในผับ ก่อนตำรวจบุกจับ ขณะที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ 3 หน่วยงานสนธิกำลังเต็มอัตราดูแลรักษาความปลอดภัยทั่วบริเวณศาล นัด 31 ม.ค.
เมื่อวันที่ 24 มกราคม ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลนัดสืบพยานล่วงหน้า ตามคำร้องหมายเลขดำ ยสฟ.1/2566 ซึ่งอัยการสำนักงานคดียาเสพติด เป็นผู้ยื่นคำขอ ในคดีที่นายฮวง ไฮ่ เท่า (HUANG HAITAO) นายชัยณัฐร์ หรือตู้ห่าว กรณ์ชายานันท์ จำเลยที่ 2 กับพวกรวม 23 คน คดีการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และข้อหาอื่นๆ ซึ่งพยานที่ขอสืบนี้เป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีนและเป็นประจักษ์พยานข้อเท็จจริงส่วนสำคัญคดีนี้ โดยพยานอยู่ระหว่างรอส่งตัวออกนอกราชอาณาจักรเพื่อกลับภูมิลำเนา จึงเป็นเหตุจำเป็นเร่งด่วนขอสืบพยานก่อนฟ้องไว้
โดยวันนี้ อัยการ โจทก์ จำเลยทั้งหมดพร้อมทนายความมาศาล
เมื่อถึงเวลานัดในช่วงเช้า อัยการโจทก์ได้นำนักธุรกิจชาวจีน อายุ 33 ปี ที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย พยานโจทก์เบิกความว่า ตนเองได้เข้ามาประเทศไทยเมื่อปี 2563 ผ่านทางสนามบินนานาชาติภูเก็ต ตั้งแต่เข้ามาก็พักอาศัยอยู่ในประเทศไทยมาตลอด โดยอยู่ที่ จ.ภูเก็ต 4 เดือนแล้วไปพักที่พัทยา จ.ชลบุรีและกรุงเทพฯ
พยานรู้จักผับจินหลิงเพราะเคยไปเที่ยวมาก่อนจะถูกจับกุมอย่างน้อย 2 ครั้ง ครั้งแรกไปเที่ยวด้วยตนเองและเข้าไปเล่นการพนัน โดยสถานที่เล่นพนันอยู่ทางด้านซ้ายของผับดังกล่าว
ครั้งที่สองเมื่อวันที่ 25 ต.ค.2563 ไปเที่ยวผับจินหลิงกับเพื่อนชาวจีนอีกคน ซึ่งตอนที่จะเข้าไปในผับจินหลิงจะมีการตรวจค้นร่างกายอย่างละเอียด เมื่อเข้าไปด้านในผับก็จะเปิดห้อง มีขนาดที่นั่งได้ประมาณกว่า 30 คน ตอนนั้นมีทั้งนักเที่ยวชาวจีนและชาวไทย ส่วนตนเองได้เสพยาเสพติด ประเภทเคตามีนเข้าร่างกาย หลังจากนั้นประมาณ 40 นาที จึงมีเจ้าพนักงานตำรวจเข้าไปจับกุมดำเนินคดีข้อหาเสพยาเสพติด และได้ไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนและยื่นฟ้องต่อศาลแขวงกรุงเทพใต้ ซึ่งศาลพิพากษาลงโทษปรับและคดีถึงที่สุดแล้ว
ทั้งนี้ในช่วงบ่ายศาลได้สืบพยานล่วงหน้าอีก 1 ปากเสร็จแล้วจึงนัดสืบพยานต่อไป โดยอัยการโจทก์ติดใจที่จะนำสืบพยานล่วงหน้าอีก 19 ปากซึ่งจะนำเข้าสืบในวันพรุ่งนี้ 25 ม.ค.2566 ตามที่ยื่นคำร้องขอไว้
ด้านทนายความฝ่ายจําเลยทั้ง 23 ราย แถลงว่า เนื่องจากมีการนัดสืบพยานล่วงหน้าในคดีนี้ไว้ เพียงวันที่ 23 และ 24 ม.ค. เท่านั้น และตั้งแต่วันที่ 25-27 ม.ค.ทนายความติดว่าความคดีสำคัญที่ศาลอื่นหลายคน และเนื่องจากเป็นพยานปากที่ 2 ทำให้ทางฝ่ายทนายความจําเลยทั้ง 23 ราย ยังต้องมารักษาผลประโยชน์ให้จำเลยของตนเนื่องจากยังไม่แน่ว่าพยานของโจทก์นั้นจะเกี่ยวข้องกับประเด็นที่เกี่ยวกับจำเลยของแต่ละคนอย่างไรบ้าง จึงขอมาทำหน้าที่ด้วยตนเอง หากมีการสืบพยานโจทก์ไปบางส่วนและฝ่ายจำเลยทั้ง 23 ราย เห็นว่า ประเด็นแห่งคดีที่เกี่ยวข้องกับจำเลยของตนเป็นอย่างไรและสามารถที่จะฝากคำถามค้านให้กับทนายความที่ร่วมทําคดีนี้คนอื่นถามแทนให้ได้ ในนัดต่อไปจะมีการแต่งตั้งให้ทนายความของคนที่มีวันว่างเพื่อทำหน้าที่แทนทนายความที่ไม่มีวันว่างในวันนัดนั้น ๆ
ศาลพิเคราะห์แล้ว กรณีมีเหตุสมควร จึงให้เลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์ไปเป็นวันอังคารที่ 31 ม.ค.2566 เวลา 09.00 – 16.30 น. ตามที่คู่ความตกลงกันโดยให้เบิกตัวจําเลยที่ถูกคุมขัง มาในวันนัด และให้จัดล่ามภาษาจีนกลางจากสำนักงานศาลยุติธรรมมาในวันนัดด้วย
สำหรับการดูแลรักษาความปลอดภัย ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาพบว่า มีเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษจากกรมราชทัณฑ์ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษของตำรวจศาล (Court Marshal) และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษของอรินทราช 26 จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมอาวุธครบมือ สนธิกำลังกัน เกือบ 40 นาย มาสแตนด์บายดูแลรักษาความปลอดภัย ภายในบริเวณศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อป้องกันความวุ่นวายและเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น

