วันที่ 30 พ.ย.2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงที่อากาศเริ่มหนาวเย็นนี้เกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่ต่างมีความเชื่อกันว่าลิ้นจี่จะให้ผลผลิตแน่นอน เนื่องจาก 2 ปีที่ผ่านมาลิ้นจี่ของจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 7,500 ไร่ ไม่ให้ผลผลิต ทำให้เกษตรกรบางรายโค่นต้นลิ้นจี่ทิ้งแล้วหันไปปลูกมะพร้าวน้ำหอมและส้มโอขาวใหญ่แทนเพราะให้ผลผลิตตลอดทั้งปี แต่ยังคงมีเกษตรกรชาวสวนอีกจำนวนหนึ่งที่ยังอนุรักษ์ต้นลิ้นจี่ไว้ เช่น นายสนธยา ตันติรักษ์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ต.สวนหลวง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ซึ่งปลูกลิ้นจี่ไว้ประมาณ 300 ต้น บนเนื้อที่ประมาณ 24 ไร่ บอกว่า ขณะนี้ต้นลิ้นจี่ค่อนข้างสมบูรณ์เต็มที่เนื่องจาก 2 ปีที่ผ่านมาลิ้นจี่ไม่ให้ผลผลิต จึงมีสารอาหารสะสม ที่สำคัญยังมีการบำรุงรักษาลำต้นด้วยการใส่ปุ๋ยและรดน้ำอย่างดี ทำให้ลิ้นจี่พร้อมที่จะให้ผลผลิตแล้ว ตอนนี้รอเพียงสภาพอากาศหากหนาวเย็น อุณหภูมิลดลงเฉลี่ยประมาณ 20 องศาเซลเซียส ต่อเนื่องกันประมาณ 10 วัน ลิ้นจี่ก็จะให้ผลผลิตแน่นอน ช่วงนี้ชาวสวนจึงมีการดูแลโคนต้นให้สะอาด เก็บวัชพืช และกิ่งไม้ออกให้หมด
ด้านนายบุญธรรม แดงสกุล เกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่วัย 81 ปี ใน ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม บอกว่า ตนปลูกต้นลิ้นจี่ไว้ประมาณ 70 ต้น ทุกปีตนจะใช้ชอล์กจดบันทึก วัน เดือน ปี ตั้งแต่ลิ้นจี่เริ่มแทงช่อดอกและให้ผลผลิตที่บริเวณใต้ถุนบ้าน แทนสมุดบันทึกเพราะนอกจากจะมองเห็นได้ง่ายแล้ว ยังสามารถเปรียบเทียบช่วงเวลาที่ลิ้นจี่ให้ผลผลิตได้ โดยปีนี้นายบุญธรรมบอกว่า หากสภาพอากาศหนาวเย็นต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส ลิ้นจี่ของจังหวัดสมุทรสงครามน่าจะให้ผลผลิตแน่นอนและจะให้ผลผลิตมากเป็นประวัติการณ์ด้วย เพราะลิ้นจี่ได้มีการพักต้นมาแล้ว 2 ปี ซึ่งตนเชื่อว่าประมาณเดือนธันวาคมนี้อากาศก็จะเริ่มหนาวเย็นลง ลิ้นจี่ให้ผลผลิตมากเป็นประวัติการณ์

