หน้าแรก ในประเทศ แม่ทัพภาค 4 ส...

แม่ทัพภาค 4 สั่งทุกหน่วยเฝ้าเข้ม หลังเอกสารชี้เตรียมก่อเหตุใหญ่ ธ.ค.59-ม.ค.60นี้

30.11.16 | 18:45 น.

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ท.ปิยะวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ยังคงให้ทุกหน่วยจัดแผนรับเหตุสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในหลายท้องที่ ตามเอกสารหลักฐานที่ยึดได้จากเหตุปะทะ 2 คนร้ายหมาย ป.วิอาญาเสียชีวิต 2 ศพ เหตุเกิดในพื้นที่ ต.เกะรอ อ.รามัน จ.ยะลา ที่ผ่านมา โดยการนำเอกสารที่ตรวจยึดได้ให้หน่วยข่าวกรองต่างๆ ร่วมนำไปประกอบการประเมินผล เทียบเคียงกับการข่าวต่างๆ ทั้งรายงานการเคลื่อนไหวของกลุ่มสมาชิกระดับปฏิบัติการ และการติดตามจับตาบุคคลในระดับแนวร่วมในเขตพื้นที่อิทธิพล มีการยืนยันหลักฐานพยายามว่ายังคงมีความพยามรวมตัว นัดการพบปะ เพื่อประชุมวางแผนการณ์ร้ายบางอย่าง นำไปสู่การยืนยันรวมกันของ 3 ฝ่าย ว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบยังคงยึดแผนเตรียมก่อเหตุครั้งใหญ่จนถึงห้วง ธ.ค. และอาจยังคงใช้หลักการก่อเหตุเหมือนเดิม

“แต่จะปรับแผนโยกย้ายเปลี่ยนวัน สถานที่ และเหยื่อจะเป็นกลุ่มเป้าหมายอ่อนแอมากขึ้น และการประเมินผลเทียบเคียงจากรายงานการโจรกรรมรถและข่าวกรองการนำวัตถุระเบิดเคลื่อนย้ายเข้าเขตรอยต่อพื้นที่เมืองปัตตานี ยะลา นราธิวาส ซึ่งประเมินว่ายังคงเน้นให้มีการก่อเหตุใหญ่ อย่างน้อยเขตชุมชนเมือง ย่านเศรษฐกิจใน 3 จชต.  เพื่อทำลายความน่าเชื่อมั่นด้านการพัฒนาเศรษฐกิจห้วงวันเวลาเดือน ธ.ค. 59 – ม.ค. 60  ซึ่งเป็นการต้องการมุ่งเน้นทำลายบรรยากาศตามนโยบายแผนพัฒนาเร่งด่วนของรัฐบาล โดยเฉพาะการทำลายความเชื่อมั่นต่อคณะ ครม.ส่วนหน้า ที่เริ่มมีการกำหนดโครงการใหญ่ๆ และเตรียมประกาศเป็นโครงการพัฒนาสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ จชต. แบบมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยเน้นยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงเศรษฐกิจของ จชต. เข้ากับภูมิภาคอาเซียนบนคาบสมุทรมาลายู นำมาเป็นหัวใจขับเคลื่อน เพราะมีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม และยังสามามารถเดินหน้าให้เห็นภาพการพัฒนาร่วมกัน ท่ามกลางความหลากหลายทางศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม และหากโครงการดังกล่าวถูกผลักดันให้เป็นไปตามแผนที่รับบาลกำหนด จะส่งผลให้เกิดการผลักดันด้านการพัฒนาในทุกด้านครั้งเดียวพร้อมกันได้ทุกมิติ” พล.ท.ปิยะวัฒน์ กล่าว

พล.ต.โภชน์ นวลบุญ ผบ.หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี กล่าวว่า จากปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ จชต.ตลอดที่ผ่านมา หลังการดำเนินแนวทางตามนโยบายปราบปรามและยังนำการบังคับใช้กฎหมายมาปฏิบัติแบบเชิงรุกแล้ว สิ่งหนึ่งที่พบเห็นในทุกกรณีที่มีการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อกลุ่มขบวนการ ในส่วนของตัวบุคคลนั้นมักได้รับการสารภาพเป็นลักษณะของการจูงใจและถูกหลอกให้หลงเข้าใจผิด และไม่สามารถหันหลังกลับจากขบวนการได้  เพราะเกรงกลัวชีวิตตนเองและครอบครัวจะเดือดร้อน ตรงนี้เองพอได้หันกลับไปดูสภาพคุณภาพชีวิตของแต่ละครอบครัวก็พบว่าการเป็นอยู่ต่างๆ ทั้งบ้านเรือน พ่อแม่ หรือลูกเมีย  แทบทุกรายคุณภาพชีวิตไม่ดีเอามากๆ เลย ไม่ต้องพูดถึงรายได้ทีมาเลี้ยงดูกันว่าจะหามาอย่างไร แม้แต่เสาบ้าน พื้นบ้าน สภาพภาพพุพังจนแทบจะเดินก้าวไปไม่ได้ ฐานะก็ยากจนเพราะเสาหลักที่เป็นหัวหน้าครอบครัวต้องอยู่อย่างหลบซ่อน การจุนเจือจากขบวนการเองก็ไม่ได้รับการช่วยดูแลตอบแทนจากที่สามีต้องเอาอนาคตของทุกคนในครอบครัวไปแรก เพราะหลงเข้าใจเชื่ออุดมการณ์ที่ถูกปลูกฝังผิดๆ  ซึ่งตรงนี้เองคือหัวใจของการแก้ไขปัญหา จึงเป็นที่มาของแนวความคิดเดินแผนนโยบายควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย

201611301829404-20130218125121

 

Advertisement