ทนายเผย “เวหา” ผู้ต้องหาคดี ม.112 ไม่ได้ตัดกำไล EM ของศาลออกจากข้อเท้า ส่วนที่ตัดไปเป็นเพียงการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์
เมื่อวันที่ 26 มกราคม นายสรวิศ ลิมปรังษี โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีที่มวลชน ที่มาชุมนุมริมถนนหน้าศาลอาญา รัชดา เมื่อวานที่ผ่านมา (25 ม.ค.) และมีการตัดกำไล EM ที่ข้อเท้า ว่า หลังเกิดเหตุแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบที่ส่วนควบคุมติดตามการปล่อยตัวชั่วคราว ที่ติดตามการติดกำไล EM ของจำเลย หรือผู้ต้องหา ที่ได้รับการปล่อยชั่วคราว เมื่อทำการตรวจสอบระบบก็ยังปรากฏสัญญาณอยู่ จึงได้มีการเข้าไปตรวจสอบกับบุคคลดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการติดตามไปจนถึงสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อตรวจสอบก็พบว่า ที่ข้อเท้าของชายคนดังกล่าว ยังมีกำไล EM ติดอยู่ เนื่องจากบุคคลดังกล่าวนั้น ติดกำไล EM ที่เท้าขวา แต่ช่วงที่แสดงออกบริเวณหน้าศาลนั้น ภาพที่บุคคลดังกล่าว ตัดกำไล EM ที่ข้อเท้าซ้าย และดูจากภาพ จะพบว่าเป็นกำไล EM ที่ติดโดยสก็อตเทปสีดำติดอีกที ซึ่งก็ไม่รู้ว่า กำไล EM ที่ถูกตัดออกจากข้อเท้าซ้ายนั้น ไปนำมาจากไหน แต่ยืนยันว่า ไม่ใช่กำไล EM ที่ติดตามเงื่อนไขของศาล และตอนนี้ ชายคนดังกล่าว ยังไม่ได้มีการทำลายกำไล EM ของศาล ตามที่ปรากฏในภาพข่าวของสื่อต่างๆ
ส่วนกำไล EM ที่นำมาตัดนั้น จะนำมาจากไหน อย่างไร ก็คงเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะได้มีการตรวจสอบต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบุคคลที่ตัดกำไล EM หน้าศาลอาญา รัชดา เมื่อวานนี้ คือ นายเวหา แสนชนชนะศึก ผู้ต้องหา ม.112 ที่มาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการตัดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ หรือ กำไล EM พร้อมทั้งอ่านแถลงการณ์ โดยมีเนื้อหาว่า ตนเองถูกกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ทั้งสิ้น 3 คดี ถูกฝากขังในเรือนจำระหว่างสอบสวน 3 ครั้ง รวมระยะเวลา 334 วัน ก่อนมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างพิจารณาคดี เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา โดยใช้เงินสดจำนวนสูงถึง 360,000 บาทเป็นหลักประกัน พร้อมกับได้รับเงื่อนไขให้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (EM) กำหนดเวลาห้ามออกนอกเคหสถานตั้งแต่เวลา 20.00-05.00 น.ของวันใหม่ และเงื่อนไขอื่นๆ อีกมากมายหลายข้อ จึงขอแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการตัดกำไล EM ออก และเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวผู้ต้องขังที่ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีทั้งหมด เพื่อที่พวกเราจะได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความจริงและเจตนาอันแท้จริง

