หมอสุภัทรเปิดใจ รู้พร้อมสื่อถูกสั่งย้าย ยันทำงานในหน้าที่ต่อไป ไม่หยุดวิจารณ์
เมื่อวันที่ 27 มกราคม กรณีกระทรวงสาธารณสุข โดย นพ.สวัสดิ์ อภิวัจนีวงค์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ปฏิบัติราชการแทนปลัด สธ.ลงนามในคำสั่ง ย้ายนพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ ไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง ผอ.รพ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ซึ่งถูกมองว่าเป็นการกลั่นแกล้ง เนื่องจาก นพ.สุภัทร ในฐานะประธานชมรมแพทย์ชนบท ได้แสดงความเห็นสวนทางกับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแห่งพรรคภูมิใจไทย ทั้งกรณีวัคซีนโควิด19 และ นโยบายกัญชาเสรี
ผู้สื่อข่าวรายงานในวันนี้หลังทราบว่ามีคำสั่งย้ายทางสื่อมวลชน นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.รพ.จะนะ ก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ ที่ รพ.จะนะตามปกติ เนื่องจากยังไม่เห็นหนังสือคำสั่งทางราชการแต่อย่างใด ในขณะที่ บรรยากาศที่โรงพยาบาลจะนะ ก็ยังคงมีคนไข้ เดินทางมารับบริการเช่นเดิม เช่นเดียวกับ เจ้าหน้าที่ บุคลากรของโรงพยาบาลที่ยังทำงานกันตามปกติ
- สั่งย้าย ‘หมอสุภัทร’ ประธานชมรมแพทย์ชนบท พ้น ผอ.รพ.จะนะ ไปประจำ สะบ้าย้อย
-
ชาวจะนะถือพวงหรีด บุก สสจ.สงขลา ค้านคำสั่งย้ายหมอสุภัทร ข้องใจอำนาจผู้ตรวจฯ

นพ.สุภัทร เปิดใจหลังรับทราบว่าถูกคำสั่งย้ายจากสื่อสารมวลชนว่า เป็นความรู้สึกที่ ไม่คิดว่าจะถูกคำสั่งย้ายจริง แม้ว่าจะมีกระแสว่าจะมีคำสั่งย้าย มาก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งตามปกติตนน่าจะเห็นคำสั่งก่อนใคร ผู้ใหญ่น่าจะแจ้งผมก่อน แต่นี่เห็นจากสื่อพร้อมประชาชนทั่วประเทศ เป็นคำสั่งที่ไม่เป็นธรรม ส่วนตัวมองว่าการออกแบบของกระทรวงสาธารณสุขนั้นดีมาก ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน หรือ ผอ.รพ.ชุมชนไม่ใช่ตำแหน่งผู้บริหาร เป็นตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญวิชาการ ระดับซี 9 ซึ่งสูงสุดในชีวิต ผอ.รพ.ชุมชน เงินเดือนตันแล้ว ไม่มีสิทธิ์ขึ้นเป็นผู้บริหาร ไม่มีสิทธิ์เป็นนายแพทย์สาธารณสุข หรือขึ้นเป็นรองอธิบดีเป็นปลัดหรือรองปลัดกระทรวง ตันแค่ ผอ.รพ.
“การออกแบบให้เรามีตำแหน่งทางวิชาการ จึงไม่มีวาระการย้าย ไม่ต้องถูกย้าย เพราะอยากให้เราทำงานในชุมชนนานๆ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลระดับจังหวัดคือสายบริหาร สามารถย้ายได้ แต่ ผอ.รพ.ชุมชนนั้น ต้องจัดการด้านสาธารณสุขในพื้นที่ ต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม.หน่วยงาน ต่างๆ ผู้นำศาสนา ช่วยกันทำงานภายใต้ทรัพยากรที่จำกัด บุคลากรขาดแคลน เพราะฉะนั้นจึงไม่ย้าย ซึ่งถือเป็นหัวใจของการสาธารณสุข ผอ.รพ.ชุมชนจำนวนมากจึงอยู่ในตำแหน่งจนเกษียนอายุราชการ ซึ่งตนเองก็คิดว่าจะได้อยู่ในตำแหน่ง ผอ.รพ.จะนะจนเกษียณเช่นเดียวกัน ซึ่งขณะนี้ก็ยังมีอายุราชการเหลืออยู่อีก 7 ปี”
นพ.สุภัทรกล่าวอีกว่า แนวทางการดำเนินการถ้าคำสั่งที่เป็นหนังสือราชการมาถึงตนเอง โดยวิถีราชการก็เซ็นรับทราบคำสั่ง แล้วเดินทางไปรับตำแหน่งตามคำสั่ง ถ้าไม่เซ็นรับก็ต้องลาออกมี 2 ตัวเลือก แต่โดยตัวตนของตนจะยังคงรับราชการต่อไป การรับราชการยังมีความหมายมากสำหรับตน แต่ยังเป็นข้าราชการที่เป็นตัวตนของเรา โดยจะยังให้ความเห็นต่อสาธารณะเหมือนเดิมต่อไปยังจะพูดเรื่องจะนะ ปัญหาผลกระทบจากนิคมจะนะ ปัญหาของชุมชน เรื่องนโยบายกัญชาเสรีที่ไม่ถูกต้อง ความไม่เป็นธรรมในระบบของกระทรวงสาธารณสุข ก็ยังจะให้ความเห็นต่อไป ไม่ว่าจะไปเป็นผู้อำนวยการที่ไหน ก็จะทำสิ่งที่ทำ ทำเหมือนเดิมและทำได้ ซึ่งคำสั่งย้ายไม่สามารถที่จะทำให้ตัวตนเปลี่ยนไป และตนเองก็ไม่เปลี่ยนด้วย การทำงานที่ รพ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ซึ่งห่างจากอำเภอจะนะประมาณ 50 กิโลเมตร อาจจะสร้างความลำบากให้เราในการเดินทางไกลขึ้นแต่เรื่องอื่นก็ไม่เป็นปัญหามาก การทำงานที่สะบ้าย้อยกับชุมชนก็ไม่ยาก
“การทำงานที่ รพ.สะบ้าย้อยยังไม่ได้ออกแบบ แต่หลักการพื้นฐานง่ายมาก เริ่มจากการฟังก่อน ฟังเสียงเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ชุมชน รพ.สต. อสม.แล้วมาประมวล จัดลำดับความสำคัญแล้วดูว่าใครจะช่วยทำอะไรตรงไหน ตนเป็นผู้อำนวยการ การจะอำนวยการได้ดีก็จะต้องฟัง เพราะตนไม่ใช่ผู้บังคับบัญชาที่จะสั่งให้ใครทำนู่นทำนี่ได้” นพ.สุภัทรกล่าว

อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวนั้น โดยขั้นตอนเซ็นรับทราบคำสั่ง เดินทางไปรับตำแหน่งปฏิบัติตามคำสั่ง จากนั้นยื่นอุทธรณ์คำสั่ง กับกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งไม่ได้คาดหวังมากนัก เมื่อผลการอุทธรณ์คำสั่งออกมาก็จะยื่นศาลปกครอง เพื่อขอเพิกถอนคำสั่งซึ่งก็อาจจะใช้เวลานาน
นพ.สุภัทรกล่าวอีกว่า สำหรับการร่วมขับเคลื่อนคัดค้านโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตร่วมกับพี่น้องในอำเภอจะนะไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะชาวบ้านที่นี่เข้มแข็งมาก ตนไม่ใช่ผู้นำพี่น้องจะนะ พี่น้องต่างหากนำตนเอง ตนเป็นเพียงผู้สื่อสาร อาจจะโพสต์เฟซบุ๊กแล้วมีคนติดตามเยอะ โดยภาพการค้านนิคมอุตสาหกรรมของพี่น้องที่นี่ยังจะดำเนินการอยู่อย่างเข้มข้นเค้ามีความเป็นผู้นำชัดเจนของเค้าเอง ในส่วนตนก็ยังสามารถทำได้นอกเวลาราชการ เสาร์อาทิตย์ตอนเย็นก่อนเดินทางกลับบ้านก็แวะทักทายพี่น้องกันได้อยู่เหมือนเดิม

ส่วนกรณีการที่ผอ.รพ.ชุมชนสามารถถูกย้ายได้ โดยระดับผู้ตรวจราชการก็มีอำนาจในการย้าย ก็จะมีโอกาสใช้เป็นเครื่องมือได้ เพราะเดิม ผอ.รพ.ชุมชน ไม่ต้องทำอะไรเพื่อตอบสนองต่ออำนาจรัฐเพราะเราไม่ถูกย้าย เราทำเรื่องที่ถูกต้อง แต่ไม่ได้ทำในสิ่งที่ถูกใจผู้ใหญ่ก็ได้ แต่ถ้าผอ.รพ.ชุมชนถูกย้ายได้ด้วยเหตุผลที่ไม่ชัดเจนไม่ว่าจะอ้างว่าเพื่อความเหมาะสม หรือเพื่อพัฒนา รพ.อื่นได้ ก็จะทำให้วัฒนธรรมความเป็น ผอ.รพ.ชุมชนเปลี่ยนไป ต้องตอบสนองต่ออำนาจรัฐซึ่งจริงๆต้องตอบสนองชุมชนต่อเสียงของประชาชนไม่งั้นก็ต้องกังวลกับการรักษาเก้าอี้
สุดท้ายเมื่อถามว่ามีอะไรจะบอกไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หรือ ผู้บริหารกระทรวงบ้าง นพ.สุภัทรบอกว่าไม่มีอะไรจะบอก เพราะผู้ใหญ่ชัดเจนแล้วสิ่งที่เค้าทำ ไม่มีอะไรจะบอก ไม่คาดหวังอะไร และยืนยันจะต้องเดินไปตามกรอบกฎหมายที่มีช่องทาง ทั้งในเส้นทางศาลปกครอง รวมถึง ศาลอาญา ตามมาตรา 157

