เมื่อวันที่ 28 มกราคม พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม. พ.ต.อ.กึกก้อง ดิศวัฒน์ ผกก.5 บก.ปคม. พ.ต.ท.เกริก เสนาะสำเนียง, พ.ต.ท.อภิชา เทพจันทร์ สว.กก.5 บก.ปคม.พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม. ร่วมกันจับกุมนายนิวัฒน์ หรือโม (สงวนนามสกุล) น.ส.ธัญชนก หรือแอน (สงวนนามสกุล) นางนิตยา หรือเจ๊ปลา (สงวนนามสกุล) น.ส.มณีศิริวรรณ หรือก้อย (สงวนนามสกุล) และนายกิตติวัฒน์ หรืออั้ม (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหากระทำผิดฐาน “สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์โดยเป็นธุระจัดหา พามาจาก หรือส่งไปยังที่ใด จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งเด็ก ซึ่งการกระทำนั้นได้กระทำโดยมีความมุ่งหมายเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี โดยได้กระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ไม่ถึงสิบแปดปี และผู้ที่สมคบกันกระทำความผิดคนหนึ่งคนใดได้ลงมือกระทำความผิดตามที่ได้สมคบ, ร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยเป็นธุระจัดหา พามาจากหรือส่งไปยังที่ใด จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งเด็ก ซึ่งการกระทำนั้นได้กระทำโดยมีความมุ่งหมายเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี โดยได้กระทำแก่บุคคลอายุเกินสินห้าปีแต่ไม่ถึงสินแปดปี, ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไป ซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้น กระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม โดยเป็นการกระทำแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี, ร่วมกันชักจูง ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด, ร่วมกันเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไป ซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม โดยเป็นการกระทำแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี, ร่วมกันกระทำด้วยประการใดๆโดยการช่วยเหลือให้ความสะดวก หรือคุ้มครองการค้าประเวณีของผู้อื่น รับประโยชน์ไม่ว่ารูปแบบใดจากการค้าประเวณีของผู้อื่น หรือจากผู้ซึ่งค้าประเวณี โดยทุจริตร่วมกันรับไว้ เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปซึ่งบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม, ร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย”
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้าประเวณีเด็กฯ และสืบสวนขยายทราบว่าก่อนหน้าผู้เสียหายไปทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ ต่อมาถูกนายนิวัตน์ และ น.ส.ธัญชนก เจ้าของร้านล่อลวงให้ผู้เสียหายยอมขายบริการทางเพศให้กับลูกค้า โดยอ้างว่าที่ร้านมีลูกค้ามาใช้บริการทางเพศจำนวนมากและรับประกันรายได้ที่ร้าน 3,000-7,500 บาทต่อวันผู้เสียหายจึงยินยอมขายบริการทางเพศ ในช่วงเดือน มี.ค. 64 ถึงเดือน เม.ย.65 ภายหลัง นายนิวัฒน์ ลวงผู้เสียหายให้มาเป็นเมียน้อยอีกด้วย จากนั้นมีร้านคาราโอเกะในพื้นที่ ถ.มหาราช ต.ปากน้ำ จ.กระบี่ ซึ่งมีนางนิตยา และ น.ส.มณีศิริวรรณ ลูกสาวนางนิตยา เป็นเจ้าของจัดการดูแลร้าน ทราบข่าวว่าที่ร้านนายนิวัตน์ มีเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานอยู่ที่ร้าน จึงติดต่อเข้ามาขอยืมตัวเพื่อนำไปให้ลูกค้าที่ร้านคาราโอเกะใช้บริการทางเพศ ราคาเหมาค้างคืน 4,000 บาท โดยนางนิตยา จะหักเงินค่านายหน้าไว้ 2,000 บาท จากนั้นนางนิตยา ได้ให้ น.ส.มณีศิริวรรณ ขับรถไปรับผู้เสียหาย และไปส่งให้กับลูกค้าที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.เมืองกระบี่
นอกจากนี้นายกิตติวัฒน์ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในพื้นที่ว่าสามารถจัดหาเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี มาขายบริการทางเพศได้ ในแต่ละครั้งนายกิตติวัฒน์ จะเข้ามารับผู้เสียหายที่ร้านเหล้าของนายนิวัฒน์ เพื่อพาไปส่งให้กับลูกค้าที่เข้ามาติดต่อซื้อบริการทางเพศเด็กที่โรงแรมราคา 2,000 บาท โดยผู้เสียหายจะโดนหักค่าตัว 1,000 บาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม. จึงรวบรวมพยานหลักฐานจนอนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 5 ราย ต่อมาวันที่ 25 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังเข้าทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ และจังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นายนิวัฒน์ และ น.ส.ธัญชนก รับสารภาพว่าลวงให้ผู้เสียหายมาค้าบริการจริงและหักค่านายหน้าจากผู้เสียหายทุกครั้ง นางนิตยา และ น.ส.มณีศิริวรรณ ให้การภาคเสธ รับว่าร้านคาราโอเกะเป็นของตนเองจริงมีลูกค้าเข้ามาติดต่อหาเด็กรับงานบริการทางเพศจึงนำผู้เสียหายไปส่งให้กับลูกค้าจริง แต่ไม่ทราบว่าผู้เสียหายอายุต่ำกว่า 18 ปี ส่วนนายกิตติวัฒน์ ให้การรับสารภาพว่าได้พาผู้เสียหายไปส่งให้กับลูกค้าที่โรงแรมจริง

