วันที่ 1 ธันวาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังคณะทำงานจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะ ตามนโยบายคสช. โดยมี นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการ จังหวัดระยอง เป็นประธานประกอบด้วย ทหารพัน ร. 6 ขนส่งจังหวัด ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองระยอง เทศบาลและองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ระยองฯลฯ มีมติกำหนดให้รถโดยสารหมวด ๑ และหมวด ๒ (วิ่งรับส่งผู้โดยสารในเขตจังหวัดระยอง) เข้าใช้สถานีขนส่งจังหวัดระยองแห่งที่ ๑(แห่งเก่า ศูนย์การค้าสตาร์) ต.ท่าประดู่ อ.เมืองระยอง และรถโดยสารหมวด ๒ และหมวด ๓ (วิ่งรับส่งผู้โดยสารจากระยองไปกรุงเทพฯ หรือจากระยองไปยังจังหวัดอื่นๆ) เข้าใช้สถานีขนส่งจังหวัดระยองแห่งที่ ๒(แห่งใหม่) ต.ทับมา อ.เมืองระยองโดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมนั้น
โดยบรรยากาศวันนี้เป็นวันแรกมีรถตู้โดยสาร และรถโดยสาร วิ่งระหว่างจังหวัด เข้าไปจอดในสถานีขนส่งแห่งที่ 2 แล้ว รถโดยสารหรือรถสองแถวรับจ้าง วิ่งระหว่างสถานีขนส่งแห่งที่ ๒ ไปยังสถานีขนส่งแห่งที่ ๑ เริ่มเข้ามารับผู้โดยสาร โดยคิดราคาค่าโดยสารคนละ 15 บาท รถจักรยานยนต์รับจ้าง ไปยังสถานีขนส่งแห่งที่ ๑ ราคาค่าโดยสารคนละ 90 บาท
นายโชดก วิริยะพงษ์ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ระยอง ในฐานะประธานกรรมการสถานีขนส่งแห่งที่ 2 กล่าวว่า สถานีขนส่งแห่งที่ 2 เป็นภาระกิจการถ่ายโอนให้ อบจ.ระยอง เป็นการถ่ายโอนเฉพาะสถานีเท่านั้น ไม่ได้ถ่ายโอนเรื่องอำนาจหน้าที่ อบจ.ระยองต้องตั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายดูแลซ่อมบำรุงเท่านั้น พื้นที่สถานีขนส่งแห่งที่ ๒ ประมาณ 10 ไร่ ต.ทับมา อ.เมืองระยอง มีรถโดยสาร(รถบัส)วิ่งระหว่างจังหวัดวิ่งเข้าสถานีประมาณ 281 เที่ยวต่อวัน ไม่รวมรถบัสโดยสารวิ่งจาก อำเภอปลวกแดง อำเภอนิคมพัฒนาและอำเภอบ้านฉาง ไม่ได้เข้าสถานีขนส่งแห่งที่ 2 ส่วนรถตู้โดยสารวิ่งระหว่างจังหวัด ที่เข้าสถานีขนส่งแห่งที่ ๒ มีประมาณ 100 กว่าคัน ซึ่งทยอยกันเข้ามา
นายโชดก กล่าวว่า หลังคณะทำงานจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะ วิ่งระหว่างจังหวัด กำหนดต้องเข้ามาใช้สถานีขนส่งแห่งที่ ๒ ซึ่งวันนี้เป็นแรกของการบังคับใช้ ตามนโยบายการจัดระเบียบรถโดยสาร ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ใช้บริการรถโดยสาร และกล่าวว่า จังหวัดระยองเป็นเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ จะเอาไปเปรียบกับจังหวัดเชียงใหม่ นครราชสีมา ขอนแก่นฯลฯไม่ได้ จังหวัดระยองมีรถตู้โดยสารประจำทางประมาณ 200 กว่าคัน และจากการสำรวจพบว่ามีรถตู้และรถบัสโดยสารไม่ประจำทางมีจำนวนมากกว่า 300% หรือประมาณ 800 คัน ที่วิ่งรับส่งพนักงานโรงงานต่างๆ ซึ่งเป็นสวัสดิการแก่พนักงาน ซึ่งรถรับส่งพนักงานโรงงานนั้นเป็นปัญหาต่อการจราจรในตัวเมืองระยองเป็นอย่างมาก ซึ่งรถรับส่งพนักงานจำนวน 800 คันดังกล่าวน่าจะมีการจัดระเบียบเพื่อแก้ปัญหาการจราจรในตัวเมืองระยอง
นายโชดก กล่าวอีกว่ากรณีการย้ายรถโดยสารเข้าใช้สถานีขนส่งแห่งที่ ๒ เป็นการย้ายที่เร็วเกินไป ความเหมาะสมควรจะรอรถไฟเกิดขึ้นก่อน เพราะเมื่อมีรถไฟแล้วระบบโลจิสติกของ จ.ระยองก็จะเปลี่ยนไปรถโดยสารควรจะไปอยู่ใกล้บริเวณสถานีรถไฟ การจัดระเบียบจะง่ายขึ้น ส่วนรถสองแถวให้มาใช้สถานีขนส่งแห่งที่ 2 การย้ายรถโดยสารมาใช้สถานีแห่งที่ ๒ เร็วเกินไปทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ผู้โดยสารต้องนั่งรถโดยสารจากสถานีเก่ามาสถานีใหม่ต้องเสียค่าโดยสารคนละ 15 บาท รถจักรยานยนต์รับจ้างคนละ 90 บาท และในช่วงเวลากลางคืนอันตรายมากเนื่องจากสถานีอยู่ห่างไกลตัวเมือง
จากการสอบถามผู้โดยสารที่นั่งรถจักกรยานยนต์รับจ้างมาจากสถานีขนส่งเก่าให้มาส่งที่สถานีแห่งใหม่กล่าวว่าต้องเสียเงินค่าจักรยานยนต์รับจ้าง 100 บาท จะรอนั่งรถสองแถวก็ต้องรอเสียเวลานาน มีธุระจำเป็นต้องรีบเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เสียเงิน 100 บาทก็ต้องยอม สำหรับคนที่มีบ้านพักอยู่ห่างไกลสถานีเก่า ต้องนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างให้มาส่งที่สถานีแห่งใหม่ไม่ต่ำกว่า 130 บาท ฝากหน่วยงานที่รับผิดชอบ สัญญาณไฟบริเวณแยกเข้าสถานีขนส่งใช้การไม่ได้ เกรงจะเกิดอุบัติเหตุ ผู้โดยสารที่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดกล่าวได้รับผลกระทบแน่ต้องแบกภาระเพิ่มขึ้นอีก

