วันที่ 1 ธันวาคม 2559 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่หน้าลานเอนกประสงค์ตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ นายณัฐภัทร สุวรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พ.ต.อ.มนตรี จรัลพงศ์ รักษาราชการแทน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ณัฐพล มิ่งพันธ์ พ.ต.อ.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ พ.ท.อวยชัย เอกะกุล รองเสนาธิการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยหัวหน้าสถานีตำรวจภูธร 23 แห่ง ในจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้นำรถจักรยานยนต์ที่ถูกดัดแปลงสภาพและรถจักรบานยนต์ท่อไปเสียเสียงดัง ซึ่งทั้งหมดตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับฝ่ายปกครองและทหาร ได้ร่วมกันกวาดล้างจับกุม ตั้งแต่วันที่ 22 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 รวม 9 วัน โดยสามารถจับทั้งจังหวัดได้ทั้งสิ้น 510 คัน เป็นรถจักรยานยนต์ดัดแปลงสภาพจำนวน 365 คัน รถจักรยายนต์ท่อไปเสียเสียดังจำนวน 140 คัน โดยได้นำมาแถลงข่าวจำนวน 172 คัน และท่อไปเสียที่ตรวจยึดได้จำนวน 169 ท่อน
พ.ต.อ.มนตรี กล่าวว่า การกวาดล้างจับกุมรถจักรยานยนต์ เป็นไปตามนโยบาย คสช. และโดยเฉพาะ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ตำรวจภูธรภาค 4 ที่ต้องการให้ปัญหาอาชญากรรมจากกลุ่มเด็กซิ่งลดลง กับปัญหาการก่อความรำคราญให้กับชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์และ ตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับการร้องทุกข์จากประชาชนว่ามีการลอบลอบแข่งรถจักรยานยนต์และมีรถเสียดังจนทำให้ชาวบ้านเกิดความเดือดร้อนรำคราญ จนทำให้เกิดสถิตการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2559
รายงานระบุว่า การตรวจจับจึงเป็นการใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเฉียบขาด มีการตั้งด่านตรวจรถจักรยานยนต์ครอบคลุมทั้งจังหวัด ทั้งการตรวจแอลกอฮอล์ จนสามารถตรวจยึดรถมาได้ ทั้งนี้ยังพบว่าจำนวนรถที่ทำการยึดมา 510 คัน ร้อยละ 50 ยังเป็นรถที่ไม่มีคู่มือแสดงความเป็นเจ้าของ ที่ยังทำให้เห็นว่ามีปัญหาโจรกรรมรถจักรยานยนต์ และสิ่งที่ตำรวจซึ่งร่วมกับกองกำลัง 3 ฝ่าย เชื่อว่าการตรวจยึดรถดัดแปลง นอกจากจะทำให้ปัญหาแก๊งรถซิ่งน้อยลง ก็ยังเป็นการตัดตีนคนร้ายที่จะไปก่อปัญหาอาชญากรรม รวมไปถึงการลดอุบัติเหตุ
พ.ต.อ.มนตรี กล่าวอีกว่า การกวาดล้างเพื่อลดปัญหาจะเกิดขึ้นทุกวันจะมีการใช้กฏหมายบังคับจับกุมทุกวัน ทั้งนี้ในส่วนงานของตำรวจ จะมีการตรวจสอบไปทั้ง 23 สถานี ว่าได้ทำงานจริงหรือไม่หากพบว่ามีการปล่อยปละละเลยก็จะต้องมีการคาดโทษตามขั้นตอนทางวินัย ทั้งนี้ก็เพื่อให้ประชาชนได้อยู่อย่างสบายใจปลอดจากปัญหาแก๊งรถซิ่งและอาชญากรรมในทุกรูปแบบ

ด้านนายณัฐภัทร กล่าวว่า นับจากนี้ก็ยังคงต้องขอความร่วมมือไปยังผู้ปกครองในทุกครอบครัวต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา ไม่ให้บุตรหลานไปก่อปัญหาวุ่นวายในสังคม เนื่องจากการซื้อรถจักรยายนต์บางคันมีราคาสูงหลายแสนบาท ก็ยังไปแข่งกัน และมักจะเกิดอุบัติเหตุถึงชีวิต หรือไม่ก็จะต้องเกิดปัญหาทางอาชญากรรม จึงขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน นอกจากนี้ในส่วนของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ ก็ต้องขอความความร่วมมือด้วย ซึ่งก็ไม่ควรที่จะมีการดัดแปลงท่อไอเสีย หรือแต่งรถให้มีความเร็ว ซึ่งในกรณีนี้จะให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปขอความร่วมมืออีกทาง
สำหรับการแถลงข่าวในครั้งนี้ ถือเป็นการบังคับใช้กฎหมายด้าน พ.ร.บ.จราจร ครั้งที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ส่งให้เห็นถึงปัญหาทางสังคมที่ทุกฝ่ายจะต้องให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

