หน้าแรก ในประเทศ แม่ทัพภาค 4 ส...

แม่ทัพภาค 4 สอนใจ’คนบาป’ ‘คนสั่ง’ยังต้องหาที่ซุกหัวนอน แต่’คนสอน’มีที่นอนอยู่ในบ้าน

1.12.16 | 14:15 น.
พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4

นับเป็นเรื่องเศร้าใจนักอีกเหตุหนึ่งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อคนร้ายที่ไม่ยอมให้แผ่นดินเกิดความสงบสุข แสดงความเป็นชายอกสามศอกทำทีเดินซื้อไก่ทอดในตลาด ก่อนจะจับอาวุธปืนขึ้นมาแล้วเหนี่ยวไกยิงใส่เพศที่อ่อนแอกว่าอย่างไม่มีทางสู้และไม่ได้คิดสู้

น.ส.รัตติกาล จ่าวัง อายุ 26 ปี สาวท้องแก่ประคบประหงมลูกในท้องมาเกือบ 9 เดือน ต้องมาจบชีวิตด้วยน้ำมือของคนใจเหี้ยม ด้วยกระสุนที่พุ่งเจาะเข้าศีรษะและลำตัว เมื่อแม่หมดลมหายใจก็ยากที่จะทำให้อีกชีวิตที่อยู่ในท้องมีชีวิตอยู่ได้เช่น ขณะที่ น.ส.สายใจ ทองดี อายุ 30 ปี เพื่อนที่ขี่จักรยานยนต์มาด้วยกันได้รับบาดเจ็บสาหัส

เหตุเกิดบริเวณตลาดนัดปาลัสถนนสาย 42 สายปัตตานี-นราธิวาส ต.ควน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เมื่อตอนช่วงหัวค่ำวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นับว่าสะเทือนขวัญอย่างยิ่ง เป็นการมุ่งทำร้ายพื้นที่ชุมชนที่มีเป้าหมายอ่อนแอ ที่ผ่านมามักเสี่ยงต่อการก่อเหตุจากกลุ่มก่อความไม่สงบอยู่เสมอ
2
ไม่ว่าจะเป็นในนามของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ภาคประชาชน และสื่อมวลชนหลัก ต่างเปิดพื้นที่ประณามการกระทำอันเหี้ยมโหดครั้งนี้ ฉวยโอกาสก่อเหตุอย่างน่าไร้ยางอาย ไม่คำนึงถึงสิทธิของความเป็นมนุษย์ ถึงผู้บริสุทธิ์ที่ตกเป็นเหยื่อของฆาตกรทั้งมือและใจเปื้อนเลือดไม่เลือกหรือที่จะละเว้นหรือพิจารณาใดๆ

พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 รับทราบถึงความหวาดกลัวของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ย่านดังกล่าว ที่ต้องการให้ช่วยจัดกำลังทหารเข้ามาดูแล และมีการตั้งจุดตรวจ เหมือนที่เคยเห็นเคยเป็นก่อนหน้านี้ ด้วยความเข้าใจของแม่ทัพแห่งด้ามขวานจึงไม่รีรอที่จะเดินเท้าลงพื้นที่เพื่อรับทราบความต้องการ พร้อมสั่งการระดมกำลังนำบังเกอร์และจัดกำลังร่วม 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง เข้ามาปฏิบัติหน้าที่คอยเฝ้าเวรยามป้องกันภัย เพื่อให้โจรไร้ยางอายได้ผลีผลามทำตามอำเภอใจอีก

ที่สำคัญ ประชาชนต้องรู้สึกอุ่นใจ นอนหลับเป็นได้นอน ตื่นมาแล้วไม่ต้องหวาดระแวงกับภัยรอบข้าง ตรงกันข้ามกับโจรใจบาปที่ไม่อาจข่มตาหลับลงได้แม้แต่ทุกวินาทีในย่ำยามไหนก็ตาม บาดแผลในใจเกิดขึ้นแล้ว

Advertisement

พล.ท.ปิยวัฒน์กล่าวว่า ขอให้ทุกฝ่ายที่เข้ามามีส่วนช่วยกันดูแลและทำหน้าที่ด้วยความจริงจัง ทำให้เต็มที่ สิ่งที่ผ่านมาส่วนไหนที่ได้ผิดพลาดไปแล้วต้องขอโทษด้วย ทุกคนต่างไม่อยากให้มีเหตุการณ์ร้ายๆเกิดขึ้น อยากขอให้สิ่งร้ายๆ ที่เคยก้าวพลาดไปแล้วนั้นได้ผ่านด้วยการก้าวไปให้ได้พร้อมๆ กัน และร่วมเริ่มต้นกันใหม่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หรือ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ทหารลงมาเพื่อปราบใคร แต่มักจะบอกว่าให้มาช่วยป้องกัน ต้องทำหน้าที่ให้ได้ใจมวลชน

“ผมจึงมีความตั้งใจเอาความดีที่มีความจริงใจและนำความยุติธรรมมาช่วยพัฒนาให้ชาวบ้านได้มีอาชีพ มีรายได้ เหล่านี้หากประชาชนอยู่อย่างเป็นสุขเพราะมีงานมีรายได้ จะช่วยให้มีมวลชนขึ้นมาเอง หากพ่อแม่ครอบครัวผู้หลงผิดได้อยู่ดีกินดีแล้ว เขาก็จะช่วยบอกช่วยเรียกให้ลูกหลานที่หลงผิดและยังหลบหนีได้กลับมาเอง แต่หากว่ากลุ่มคนเหล่านั้นยังไม่ยอมรับ และเห็นสิ่งที่ทำให้นั้นยังไม่ดียังไม่ยอมรับ ก็ไม่เป็นไร ทางฝ่ายรัฐก็จะยังคงเดินหน้าด้วยการทำหน้าที่คอยช่วยเหลือ ทำให้เห็นว่าครอบครัว พ่อ แม่ ลูกเมีย ของพวกเขามีอาชีพ มีรายได้ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและจะยังคงทำต่อไป” พล.ท.ปิยวัฒน์กล่าว

แม่ทัพภาคที่ 4 ยังกล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญต่อไปนี้ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะต้องเข้ามาช่วยดูแลและรับผิดชอบงานตรงนี้ด้วย ไม่ใช่จะผลักภาระให้หน่วยอื่นๆ หากมีเหตุ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่รู้เรื่องเป็นไปไม่ได้ หากมีใครแปลกหน้าเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านจะต้องรับรู้ หากยังทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ทำเป็นไม่รับรู้ก็ต้องปรับทิ้ง เพราะยังมีคนที่ตั้งใจพร้อมจะเสียสละมาทำงานแทนให้อยู่แล้ว อาจจะเป็นชาวบ้านเหล่านี้มานั่งทำหน้าที่แทนได้ บ้านเมืองต้องการคนพร้อมเสียสละ ไม่ใช่อยู่แต่ในบ้านแล้วคอยแต่จะโทษว่ารัฐ หรือหน่วยงานภาครัฐ ต้องออกมาช่วยทำหน้าที่ด้วย
4
“การติดตามคนร้าย เน้นนโยบายใช้หลักการเอากฎหมายนำ ทหารตาม การเมืองขยาย ทุกอย่างต้องชัดเจน จะไม่มีการจับแพะ ต้องเป็นคนที่กระทำผิดจริง นี่คือกฎหมายนำ จึงต้องมีความยุติธรรม โดยได้มีการติดป้ายข้อความพร้อมเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัว สำหรับผู้ที่ยังคงคิดต่างอยู่ข้างบนก็อยากบอกมาให้ลงมาช่วยกันทำการพัฒนา ไม่ว่าจะอยู่หมู่บ้านไหน จะอยู่บนเขาลูกไหนก็ขอให้ติดต่อมา จะขออาสาเป็นผู้ไปรับเอง”

“อยากบอกให้รู้และเข้าใจเรื่องระหว่างคนที่สอนให้มาทำ สอนให้ดีมีบุญคุณ คือ พ่อแม่ หรือครูอาจารย์ แต่ที่สอนสั่งให้มายิงต้องรู้ว่าการสอนกับการสั่งนั้นคนละอย่างกัน อยากให้คิดดูดีๆ ระหว่างคนสั่งนั้นยังไม่มีที่จะอยู่ ยังหาที่จะซุกหัวนอนก็ยังไม่ได้ แต่คนสอนมีที่นอนอยู่ในบ้าน จึงอยากให้คิดเทียบดูว่าอยากอยู่กับคนสั่งหรืออยากจะอยู่กับคนที่สอน” แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวทิ้งท้าย