‘อัจฉริยะ’ ให้ปากคำจเรตำรวจคดีหลงจู๊ ภาค 2 ยื่นฟัน ตร.เปิดเว็บพนัน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 31 มกราคม ที่สำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ปากคำกรณีที่นายอัจฉริยะเปิดเผยว่ามีการรับและจ่ายสินบนให้ “อดีตนายพล” ชื่อดัง ในคดีสมคบยาเสพติดและฟอกเงิน โดยมีตำรวจ พร้อมลูกชายอดีตนายพลคนดังเป็นเครือข่ายหลงจู๊ มูลค่า 2,000 ล้านบาท
นายอัจฉริยะกล่าวว่า หลังจากยื่นหลักฐานไปที่ ผบ.ตร.ก็ได้มีคำสั่งมาที่จเรตำรวจแห่งชาติ วันนี้ได้รับเชิญมาให้ปากคำ พร้อมพยานหนึ่งปากที่เป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ในกรณีหลงจู๊ ภาค 2 การจ่ายสินบนให้กับตำรวจระดับสูง และมีการปล่อยให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นลูกอดีตผู้บัญชาการภาค 2 และอดีตผู้การ จ.ปราจีนบุรี เปิดเว็บไซต์การพนันออนไลน์รายใหญ่ของภาคตะวันออก ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนว่าเขาได้ยอมรับว่าเป็นเจ้าของเว็บพนัน มีเงินหมุนเวียนกว่า 2,000 ล้านบาท มีทรัพย์สินมากกว่า 500 ล้านบาท
นายอัจฉริยะกล่าวว่า ฉะนั้น จากเดิมที่มีการตรวจสอบลูกผู้การฯปราจีนบุรีเคยถูกจับตู้ม้าในสมัยท่าน ส.ว.ศานิตย์ มหถาวร เป็นผู้จับในปี 2560 แต่เหตุใดมาเป็นตำรวจได้ในปี 2561 ใครเอามาเข้าเป็นตำรวจ โดยวิธีพิเศษ ใช้หลักเกณฑ์อะไร และถือเป็นการเอาเปรียบผู้ที่สอบตำรวจทั่วประเทศ และยังเอามาอยู่ในหน่วยงานที่ดี เช่น ตม. สอท. ทางหลวง ขับรถหรูมาทำงานทั้งๆ ที่มียศเพียงแค่ ร.ต.อ. ร.ต.ท. ซึ่งปัจจุบันยังรับราชการอยู่ คนหนึ่งเป็นรองสารวัตรที่ชลบุรี คนหนึ่งเป็นสารวัตรธุรการ สอท. คนหนึ่งเป็นสารวัตรทางหลวง และ ตม.2
นายอัจฉริยะกล่าวด้วยว่า ประเด็นที่สองเป็นเจ้าของเว็บการพนัน เหตุใดยังเป็นตำรวจได้ และสาม การจ่ายสินบนในเครือข่ายหลงจู๊ให้กับนายตำรวจระดับสูงทำไมไม่ถูกดำเนินการวินัยและอาญา ส่วนหลักฐานที่นำมายื่นปกติจะปิดชื่อนามสกุล แต่ในวันนี้จะไม่ปิด และเอาพยานที่เคยสอบปากคำเขามาด้วย เพื่อยืนยันกับชุดจเรตำรวจแห่งชาติเพื่อให้สิ้นกระแสความ และก็จะได้มีคำสั่งต่อไป ส่วนจะมีหน่วยงานราชการที่เข้ามาเกี่ยวข้องเรื่องนี้ด้วยหรือไม่นั้น ได้แจ้งความที่ สอท.แล้ว
“ต้องกวาดล้างทั้งหมด ถ้าคนที่ทำผิดกฎหมายเป็นเจ้าของเว็บพนัน ยังอยู่ในตำรวจ สังคมจะอยู่ยังไง ตำรวจทำผิดกฎหมายยังได้เป็นตำรวจ และมีพ่อเป็นนายตำรวจระดับสูง ต้องมาวัดกันด้วยกฎหมาย เราก็มีสิทธิใช้กฎหมายในฐานะประชาชนพลเมืองดี เนื่องจากเป็นคดีอาญาแผ่นดิน” นายอัจฉริยะกล่าว

