ผบ.ตร. ขอเวลาสอบสวน ปมด่านไถเงิน ยันต้องให้ความเป็นธรรม ผบช.น. ด้วย

31.01.23 | 11:59 น.

ผบ.ตร.ปัดตอบเรื่องวงจรปิด ยันต้องให้ความเป็นธรรม ผบช.น. เหตุการตั้งด่านเป็นความรับผิดชอบ ผกก. เอ่ยขอโทษความเสียหายที่เกิด จะดูแลนักท่องเที่ยวให้ดีที่สุด 

เมื่อวันที่ 31 มกราคม พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. กล่าวถึงดาราสาวไต้หวันโพสต์โซเชียล ตำรวจตั้งด่านรีดไถ 27,000 บาท ว่าตอนนี้รอรับผลสอบสวนจากกองบัญชาการนครบาลอยู่ให้เกิดความชัด จะเร่งให้มีการสอบสวน ซึ่งกรรมการสอบของ บช.น.ดำเนินการอยู่ ใครผิดก็ว่าตามผิด ทางอาญาก็ดูใครบกพร่องอะไรบ้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่าตำรวจที่เกี่ยวข้องผิดมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่ยอมรับมาตรา 149 เรียกรับ ผบ.ตร.กล่าวว่า ในวันตั้งด่านมีคนจำนวนมาก จะดูให้เกิดความชัดเจนซึ่งทุกคน ให้เกิดความเป็นธรรม ใครผิดใครบกพร่องขอเวลาอีกสักระยะเพื่อให้เกิดความแน่ชัด ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย แต่ยืนยันว่าจะทำตรงไปตรงมาตามพยานหลักฐานแน่นอน คนผิดต้องถูกลงโทษ

ถามต่อว่าผู้เสียหายจ่ายเงินจริงและมีพยานจ่ายเงินยืนยันด้วย ผบ.ตร.กล่าวว่า เรื่องพยานยินดีจะนำมาสู่การสอบสวน ยินดีให้มา จะมาให้สอบสวนหรือไม่มาก็ได้ แต่ถ้าไม่มาก็จะเดินทางไปสอบ เพื่อให้รู้ความจริงให้ได้ว่าใครติดบ้าง ใครบกพร่องบ้าง ขอเวลาสักระยะหนึ่ง

ถามต่อว่ามีวงจรปิดไม่รีบนำออกมาให้ทราบ ผบ.ตร.กล่าวว่า เราคงไม่ได้บอกทุกอย่าง จะทำตรงไปตรงมาแล้วกัน ขอให้เชื่อมั่น ตนเข้ามาควบคุมคดีด้วยตัวเองอยู่แล้ว

เมื่อถามต่อว่าสังคมให้ความเป็นธรรมกับตำรวจน้อยไป รู้สึกน้อยใจไหม ผบ.ตร.กล่าวว่า ประชาชนต้องคาดหวังผู้บังคับใช้กฎหมายสูง ยืนยันว่าจะทำให้ดีที่สุด ตอนนี้ได้เตรียมวางระบบตั้งจุดตรวจมีมาตรฐานโปร่งใส ตรวจสอบได้ ให้เกิดความรอบคอบในอนาคตต่อไป

Advertisement

“ส่วนเรื่องวินัยก็จะดูว่าใครผิดบ้าง ใครมีความบกพร่องในเรื่องอาญาก็เป็นส่วนหนึ่ง วินัยกับอาญาอาจจะไม่เท่ากัน เช่น ถ้าอาญาจะโดนกี่คน ใครที่เกี่ยวข้อง ส่วนวินัยคือความบกพร่องตามสายงานการควบคุมดูแล ตามสายงานต่างๆ ต้องรับผิดชอบด้วย” ผบ.ตร.กล่าว

เมื่อถามว่าการย้าย ผกก.สน.ห้วยขวาง สะท้อนข้อเท็จจริงอย่างไร ผบ.ตร.กล่าวว่า ส่วนหนึ่งมีความบกพร่องเกิดขึ้น เพราะถ้า ผกก.ควบคุมไม่ดี รอง ผกก., สวป.ถัดลงมาก็เป็นลูกระนาดเช่นกัน

เมื่อถามว่า นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง กดดันให้ย้าย ผบช.น. ผบ.ตร.กล่าวว่า ต้องว่าตามตามข้อเท็จจริง เพราะเรื่องการกระทำความผิดในกรณีการตั้งจุดตรวจคงจะเป็นระดับข้างล่าง จริงๆ มีคำสั่งตร.ที่1212 เรื่องมาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติ และวินัยข้าราชการตำรวจ ไว้ส่วนหนึ่งว่าผู้บังคับบัญชา 2 ระดับ จากผู้ที่กระทำผิดขึ้นมา เช่น หัวหน้าด่านคือรองสารวัตร ผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบในการควบคุมกำกับดูแลคือสารวัตร และรองผู้กำกับ แต่เมื่อคดีนี้เป็นคดีที่เกี่ยวพันกับเรื่องหลายๆ เรื่อง และเป็นเรื่องที่ได้มีการกำชับไว้แล้วในเรื่องการตั้งด่านตรวจหรือจุดตรวจ ต้องมีมาตรฐาน หัวหน้าสถานีก็หนีไม่พ้นความรับผิดชอบ จึงต้องเอาถึงหัวหน้าสถานี แต่คงถึงผบช.น. ต้องให้ความเป็นธรรมท่านด้วย

เมื่อถามต่อว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ผู้บังคับบัญชาจะถูกลูกน้องต้มตั้งแต่วันแรก ผบ.ตร.กล่าวว่า โดยหลักการผู้ที่กระทำความผิดมักไม่ยอมรับ ก็เห็นอยู่เสมอ แต่ในฐานะผู้บังคับบัญชาต้องพยายามค้นหาความจริงให้ได้

เมื่อถามต่อว่าได้ส่งพนักงานสอบสวนไปสอบถึงไต้หวันด้วยใช่หรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้ให้นโยบายไว้หมดแล้วว่าแม้กระทั่งพยานผู้เสียหายอยู่ต่างประเทศ คดีมีความน่าสนใจ ผู้เกี่ยวข้องต้องเดินทางไป ตอนนี้ต้องมุ่งไปที่พยานที่อ้างว่ามีการจ่ายเงินก่อน ต้องรีบหาความจริงให้ปรากฏ และใครสามารถได้ข้อมูลมาเพิ่มเติมแล้วมีความชัดเจนก็ยินดีทั้งหมด

ผบ.ตร.กล่าวว่า หลังจากการแต่งตั้งโยกย้ายรอง ผกก.-สว.ผ่านพ้นไปแล้ว มีการรับตำแหน่งใหม่ จะมีการกำชับวางมาตรการให้เข้มข้นขึ้น ควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างจริงจัง ต้องโปร่งใสมากขึ้น ต้องพยายามไม่ให้มี และให้ใช้กล้องในการทำงานให้ได้เร็วที่สุด ปัจจุบันอาจจะไม่ครบ แต่ได้ของบประมาณเพิ่มเติมแล้วเพื่อซื้อกล้องให้การทำงานได้ครบ ให้เกิดความโปร่งใสให้มากขึ้น ไม่มีช่องโหว่ในการทำงาน

“อยากให้ความเชื่อมั่นกับนักท่องเที่ยวในฐานะผู้รักษากฎหมายถ้าตำรวจทำผิดต้องลงโทษอย่างจริงจัง แต่ตำรวจทำงานที่ดีก็มีอีกเยอะ อยากให้กำลังใจด้วย ใครไม่ดีก็ว่ากันไป ผมยืนยันว่าจะทำให้ดีที่สุด เน้นว่าเราเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวจะเข้ามาจำนวนมาก ทั้ง ตม.,ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจพื้นที่ จะต้องดูแลนักท่องเที่ยวให้ดีที่สุดเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีความบกพร่องอะไรไป ผมในฐานะหัวหน้าหน่วยต้องขอโทษความเสียหายในเรื่องนี้” ผบ.ตร.กล่าว

ถามว่ารู้สึกสะท้อนใจหรือไม่รับตำแหน่งเกือบสี่เดือนแต่มีเรื่องตำรวจอื้อฉาวจำนวนมาก ผบ.ตร.กล่าวว่า เป็นโลกยุคโซเชียล มีกล้องจำนวนมาก การกระทำความผิดปกปิดได้ยาก ความจริงอาจจะมีมาก่อนหน้านี้ แต่ไม่มีใครพบเห็น แต่เมื่อพบเห็นก็ต้องแก้ไขกันไป เพื่ออนาคตจะได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เชื่อมั่นว่าจะดีขึ้นแน่นอน อยากให้เห็นว่าตำรวจที่ดีช่วยเหลือประชาชน เสี่ยงอันตรายจากการจับกุมคนร้ายมีจำนวนมาก