วันที่ 1 ธันวาคม 2559 ความคืบหน้าเหตุเรือยนต์ลากจูงเรือพ่วงบรรทุกสินค้าจากท่าเทียบเรือบริเวณปากน้ำ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี จะไปส่งที่ท่าเทียบเรือ อ.บางปะกง จ. ฉะเชิงเทรา ประสบเหตุถูกคลื่นจนเชือกลากจูงขาดและจมเรือพ่วง 1 ลำพร้อมกับครอบครัวพ่อแม่ลูก 3 ราย กลางทะเลห่างจากเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ประมาณ 10 ไมล์ทะเล โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยเกาะเต่าเสี่ยงตายเข้าช่วยเหลือได้ 8 ราย เป็นผู้ชาย 3 คน ผู้หญิง 2 คนและเด็กเล็ก 3 คน โดยนำผู้หญิง 2 คนและเด็กเล็ก 3 คน ส่งขึ้นฝั่งรักษาตัวที่สถานีอนามัยเกาะเต่า ส่วนผู้ชายอีก 3 คน ขอเฝ้าเรือพ่วงบรรทุกสินค้าที่เกิดเหตุนั้น
เมื่อเวลา 08.40 น. ที่กองบิน 7 อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี นายอวยชัย อินทร์นาค ผวจ.สุราษฎร์ธานี พร้อม น.อ.สมใจ ชัยวงษ์ ผู้บังคับการกองบิน 7 น.อ.ณัฏฐวุธ ดวงสูงเนิน เสนาธิการกองบิน 7 และนายจำนง สวัสดิ์วงศ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เพื่อประเมินสถานการณ์และขึ้นเครื่องบินตรวจการณ์แบบซาบ 340 บีของกองทัพอากาศ ทำการบินออกตรวจสอบเหนือเกาะเต่าและบริเวณจุดเกิดเหตุเพื่อค้นหาและช่วยเหลือผู้สูญหายทั้ง 3 รายจนถึงเวลา 10.40 น.ยังไม่พบแต่อย่างใด ส่วนทางทะเลกองเรือภาคที่ 2 สงขลา ได้ส่งเรือตรวจการณ์ เรือ ต 97 ไปช่วยค้นหาผู้สูญหายได้เดินทางถึงเกาะสมุย เมื่อเวลา 07.00 น.แต่ยังไม่สามารถนำเรือออกได้ เนื่องจากถูกคลื่นสูงซัดน้ำเข้าเรือมากต้องดำเนินการสูบน้ำออกจากเรือก่อน ซึ่งการค้นหายังยากลำบาก เนื่องจากทะเลบริเวณอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นลมแรง คลื่นสูง 4-5 เมตร และมีพายุฝนอย่างต่อเนื่อง
นางวาสนา ไทรทองคำ ภรรยากัปตันเรือเรือโชคหิรัญ 2 ซึ่งเป็น 1 ในลูกเรือที่รอดชีวิต กล่าวว่า เรือทั้งหมด 6 ลำ มีเรือยนต์ลากจูง 2ลำและเรือพ่วงบรรทุกเศษไม้ยางพาราสับ สำหรับทำเชื้อเพลิงอีก 4 ลำ ได้ออกจากปากน้ำตาปี อ.เมืองสุราษฎร์ธานี เมื่อเวลา 11.00น.วันที่ 28 พ.ย.59 เพื่อไปส่งส่งที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา โดยเรือของตนเป็นเรือยนต์ลากจูงเช่นกันแต่เครื่องยนต์เสียได้พ่วงอยู่ในลำสุดท้าย(ลำที่6) เพื่อลากไปซ่อมที่อู่ อ.บางปะกง เช่นกัน
นางวาสนา กล่าวว่า ระหว่างเดินทางได้ทราบข่าวจากกรมอุตุนิยมวิทยาว่ามีคลื่นลมแรง จึงพยายามที่จะหลบพักบริเวณใกล้กับเกาะเต่า แต่ระหว่างนั้นเชือกที่โยงเรือพ่วงบรรทุกลำที่ 3 เกิดขาด ทำให้มีเรือถูกลากจูงไปเพียง 2 ลำ ส่วนที่เหลือลอยลำอยู่กลางทะเลจนถูกคลื่นซัดเรือพ่วงบรรทุกลำที่ 4 จมหายไปในทะเลมีลูกเรือครอบครัวเดียวกัน 3 คนจมหายไป ส่วนพวกตนมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าให้การช่วยเหลือนำขึ้นฝั่งโดยไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
ขณะที่นายอวยชัย เปิดเผยภายหลังขึ้นบินค้นหาผู้สูญหายว่า การบินลาดตระเวนค้นหาร่วม 3 ชั่วโมงยังไม่พบร่องรอยใดๆซึ่งจะกลับมาประเมินระดับความลึกน้ำทะเลเพื่อวางการค้นหา โดยขอความร่วมมือนักดำน้ำเกาะเต่าร่วมค้นหาหลังจากสภาพอากาศดีขึ้นโดยทุกหน่วยให้ความร่วมมือดีมากจนนำผู้ประสบเหตุขึ้นฝั่งได้ พร้อมขอความร่วมมือและกำชับผู้ประกอบการเดินเรือทุกประเภทห้ามออกทะเลในระยะนี้ ส่วนเรือสินค้าที่เกิดเหตุได้ออกเดินทางก่อนมีประกาศเตือนภัย

