เด้ง! ตร.ชุดด่านหน้าสถานทูตจีน 7 นาย เปลี่ยน พงส.ยกทีม เอาผู้น่าเชื่อถือ ไม่เอี่ยว สน.ห้วยขวางทำคดี

31.01.23 | 14:06 น.

เด้ง ตร.ชุดด่านหน้าสถานทูตจีน 7 นายประจำ ศปก. 14 นายยังปฏิเสธรีดเงิน เปลี่ยนยกทีมพนักงานสอบสวนเอาผู้มีความน่าเชื่อถือ ไม่เอี่ยว สน.ห้วยขวาง


พล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) กล่าวว่าเมื่อคืนวันที่ 30 มกราคม ได้สอบปากคำตำรวจทั้ง 14 นาย ที่เกี่ยวข้องกับการตั้งด่านในวันเกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 7 นาย ซึ่งกลุ่มแรกเป็นฝั่งกลุ่มริมถนนหน้าสถานทูตจีน 7 นาย และอีกกลุ่มอยู่ฝั่งเกาะกลางถนน 7 นาย โดยล่าสุดได้ให้ ตร. 7 ใน 14 นาย ช่วยราชการที่ ศปก.แล้ว

กลุ่มที่เป็นประเด็นคือกลุ่มที่อยู่ด้านหน้าสถานทูตจีน เนื่องจากใกล้ชิดกับกลุ่มนักท่องเที่ยวมากที่สุด เบื้องต้นจากการสอบปากคำตำรวจทั้งหมดยังให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับว่าได้ถ่ายรูปบุหรี่ไฟฟ้าของนักท่องเที่ยวจริง และไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา

โดยจากการพิจารณาล่าสุดได้ให้ตำรวจทั้ง 14 นาย หยุดการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว และ 7 ใน 14 นาย ฝั่งสถานทูตจีนมาช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (ศปก.) พร้อมทั้งเข้าสู่กระบวนการขั้นตอนการสอบเค้นพิเศษ

Advertisement

ทั้งนี้ ในวันนี้ได้เรียกบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่คนขับแกร็บ, คนขับแท็กซี่ และพนักงานในผับ ซึ่งทุกคนต้องเข้ามาสอบคำให้การ เพื่อยืนยันคำให้การเดิมที่ให้ไว้กับพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ก่อนหน้านี้ด้วย

พล.ต.ต.อัฏธพรกล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำคนขับแท็กซี่ชมพูคาดเขียว หรือหนุ่ย อายุ 44 ปี พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากภาคประชาชน หากมีกล้องหน้ารถหรือภาพกล้องวงจรปิด หรือเห็นเหตุการณ์ในวันนั้น รวมไปถึงกลุ่มเพื่อนผู้เสียหาย หากไม่สะดวก ตนจะชี้ช่องให้ว่า หากเกรงว่าจะถูกดำเนินคดีในข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงานก็สามารถให้เพื่อนมาสอบปากคำในฐานะพยาน หรือสามารถติดต่อมาทางเฟซบุ๊กตนได้เลย คือ Atthaporn wongsiripreeda เพื่อวิดีโอคอลให้ข้อมูล เพราะจะเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่ใช้ประกอบสำนวนแจ้งข้อหาในคดีอาญากับตำรวจทั้ง 7 นายได้ ทั้งนี้ตนได้เตรียมพนักงานสอบสวนที่มีความสามารถด้านภาษาจีนและภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นตำรวจหญิงไว้รอรับแล้ว

พล.ต.ต.อัฏธพร กล่าวยืนยันว่า ขอให้ภาคสังคมมั่นใจในการทำงานของตำรวจว่าจะไม่มีการปกป้องคนทำผิด ซึ่งทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ และทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว รวมถึงยังทำให้องค์กรและประเทศชาติเสียหายอย่างเด็ดขาด และเพื่อให้สังคมสบายใจ วันนี้ทางคณะกรรมการและพนักงานสอบสวนในคดีนี้ ได้เปลี่ยนพนักงานสอบสวนทั้งหมด เป็นพนักงานสอบสวนที่น่าเชื่อถือ และไม่มีความเกี่ยวข้องกับ สน.ห้วยขวาง มาทำคดีนี้

รายงานข่าวจากพนักงานสอบสวนคดีดาราสาวชาวไต้หวันกล่าวหาว่า ตำรวจ สน.ห้วยขวางที่ตั้งด่านเมื่อวันที่ 4 มกราคม เรียกรับเงินกว่า 27,000 บาท เปิดเผยว่า เหตุที่ยังไม่แจ้ง ข้อหาความผิดมาตรา 149 เจ้าพนักงานเรียกรับสินบน เนื่องจากชั้นสอบสวนมี 1 ใน 7 ตำรวจตั้งด่านหน้าสถานทูตจีน ให้การพนักงานสืบสวนว่ามีส.ต.อ. ผบ.หมู่ เรียกรับ แต่พอพนักงานสอบสวนสอบปากคำกลับปฏฺิเสธ ทั้งนี้มาตรา 149 โทษสูงถึงจำคุกตลอดชีวิต ทำให้ไม่สามารถบันทึกเป็นเอกสารในสำนวนได้ ผู้บังคับบัญชาจึงไม่สามารถแถลงต่อสื่อมวลชนได้ว่ามีการเรียกรับจริง ที่สำคัญถ้าพูดออกไปก่อน เสี่ยงที่พนักงานสอบสวนจะโดนฟ้องกลับ  จึงต้องมีความรัดกุมในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ขณะเดียวกันการดำเนินคดีมาตรา 157 มีความชัดเจนแล้ว โทษจำคุกถึง 10 ปี เพราะชุดตั้งด่านได้มีความผิดตามนั้นจริง ได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบคือไม่ตรวจค้น ถ้ามีการตรวจค้นอาจพบอะไรมากกว่าบุหรี่ไฟฟ้าก็ได้

ข่าวแจ้งว่า การที่ดาราไต้หวันออกมาโพสต์ว่าจ่ายให้ตำรวจตั้งด่าน 27,000 บาท และต่อมา มีเพื่อนชายชาวสิงคโปร์ ที่เดินทางมาด้วยในคืนวันที่ 4 มกราคม พูดผ่านนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ว่าเป็นคนจ่ายเงินให้กับตำรวจเอง ทำให้ตอนนี้มีคนจ่ายเงินให้ตำรวจถึง 2 คน พนักงานสอบสวนต้องไปตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ให้ ให้กับใคร จำนวนเท่าไหร่ ตรงจุดไหน โดยผบก.สส.บช.น. จะเดินทางไปสอบผู้เสียหายที่ไต้หวัน โดยติดต่อผ่านสถานทูตไทยในไต้หวัน ประสานตำรวจไต้หวันประสานดาราสาวมาให้ปากคำ ระหว่างสอบจะให้ตำรวจไต้หวันเป็นพยานด้วย นอกนั้นต้องสอบเพื่อนชายทั้ง 3 คน ด้วย