ประหารชีวิตสถานเดียว อดีต ส.จ.ราชบุรี ฆ่าครูนงค์ ผู้สมัครนายกเล็กดอนทราย สั่งชดใช้ 2.5 ล้าน

31.01.23 | 17:47 น.
แฟ้มภาพ

ศาลอาญาสั่งประหารชีวิตสถานเดียว อดีต ส.จ.ราชบุรี ฆ่าครูนงค์ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีดอนทราย ปี’64 สั่งชดใช้เงินครอบครัวกว่า 2.5 ล้าน

เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1211/2564 ที่พนักงานอัยการ เป็นโจทก์ ครอบครัวผู้ถูกยิงเสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิง เป็นโจทก์ร่วมที่ 1-4 ยื่นฟ้องนายวันชาติ เนียมรักษา อดีตตำรวจและอดีตกำนันตำบลดอนทรายรวมถึง ส.จ.ราชบุรี เขต 3 อ.โพธารามเป็น จำเลย ความผิดต่อชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289, 371, 376 และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 ซึ่งโจทก์ร่วมขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ยด้วย


โดยโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 มี.ค.2564 จำเลยกับพวกร่วมกันมีและพกอาวุธปืนไปบริเวณศาลาวัดท่ามะขาม ต.ดอนทราย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี และมีเจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ใช้อาวุธปืนยิงนางวราพร เนียมรักษา หรือ “ครูนงค์” ผู้สมัครนายกเทศบาล ต.ดอนทราย ผู้ตาย จำนวนหลายนัด เป็นเหตุให้เสียชีวิต และใช้อาวุธปืนยิงประทุษร้ายผู้เสียหายที่ 1 อีกหลายนัดโดยกระสุนพลาดโดนผู้เสียหายที่ 2 ด้วยได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วย

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ โจทก์ร่วม และจำเลย ซึ่งรับฟ้องประกอบพยานบุคคลซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สืบสวนจากการตรวจภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายและโจทก์ร่วมที่ 2 (ผู้บาดเจ็บ) โดยเตรียมการไว้ล่วงหน้าอันเป็นการกระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จึงพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้องอันเป็นความผิดหลายกรรม ซึ่งความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ฐานพยายามฆ่าอื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ฐานพยายามฆ่าอื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดยพลาด และฐานยิงปืนฯ โดยใช่เหตุ อันเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทหนักสุด ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ให้ประหารชีวิต

Advertisement

ฐานมีอาวุธปืนทะเบียนผู้อื่นฯ จำคุก 2 ปี ฐานพกพาอาวุธไปในเมืองฯ ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ จำคุก 6 เดือน โดยเมื่อลงโทษประหารชีวิตจำเลยในความผิดกระทงแรกแล้วก็ไม่อาจนำโทษจำคุกในความผิดกระทงอื่นมารวมได้อีก คงให้ประหารชีวิตจำเลยสถานเดียว และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมที่ 1 (บุตรผู้ตาย) เป็นเงิน 550,740 บาท ให้โจทก์ร่วมที่ 2 (ผู้บาดเจ็บ) จำนวน 732,500 บาท ให้โจทก์ร่วมที่ 3 (มารดาผู้ตาย) จำนวน 150,000 บาท และโจทก์ร่วมที่ 4 (สามีผู้ตาย) 1,080,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 มี.ค.2564 จนกว่าจะชำระเสร็จ