เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บ้านดำ ในบ้านแม่ปูคา หมู่ 13 ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งสร้างโดย อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับ ได้มีการเก็บค่าเข้าชมเป็นครั้ งแรกนับตั้งแต่มีการก่อสร้างบ้ านดำมา หลังจากที่ก่อนหน้านี้เปิ ดให้เข้าชมฟรี โดยทางนายดอยธิเบศร์ ดัชนี บุตรชายของอาจารย์ถวัลย์และพนั กงานภายในบ้านได้ตั้งจุดจำหน่ ายตั๋วบริเวณช่องทางเข้า-ออกด้ านซ้ายของมหาวิหารซึ่งเป็ นอาคารใหญ่ที่ตั้งเด่นเป็ นตระหง่าน เพื่อคอยให้บริการผู้ที่จะเดิ นทางเข้าไปชมบ้านดำ
จนเมื่อถึงเวลา 09.09 น. นายดอยธิเบศร์ได้ถือเอาเป็ นฤกษ์ดีในการเปิดให้นักท่องเที่ ยวที่ซื้อตั๋วเข้าชมคนแรกได้เข้ าไป โดยนายดอยธิเบศร์ได้ออกมาต้อนรั บนักท่องเที่ยวด้วยตัวเอง พร้อมแจกภาพพิมพ์ “มารผจญ” วาดต้นแบบโดยอาจารย์ถวัลย์ จัดพิมพ์ด้วยเทคนิคพิเศษพิมพ์ ทอง โดยมีลายเซ็นของนายดอยธิ เบศร์ และก่อนเข้าชมมีการแสดงฟ้อนรำต้ อนรับคณะนักท่องเที่ยวชุดแรกอย่ างสวยงามเป็นที่ประทับใจด้วย
สำหรั บการเก็บค่าเข้าชมบ้านดำครั้งนี้ มีการเก็บคนละ 80 บาท ทั้งชาวไทยและต่างประเทศเหมื อนกัน แต่ยกเว้นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ ยังสามารถเข้าชมฟรีเหมือนเดิ ม ได้แก่ เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี เด็กสูงไม่เกิน 120 ซม. คนทุพพลภาพหรือพิการ นักบวช ผู้สวมชุดนักเรียนนักศึกษา ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ข้าราชการ มัคคุเทศก์ องค์กรภาครัฐและเอกชนที่ติดต่ อไปล่วงหน้า สถาบันการศึกษาที่ไปทัศนศึกษา ฯลฯ พบว่าบรรยากาศวันแรกยังคงคึ กคัก โดยผู้ไปเยือนส่วนใหญ่ยั งคงเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่ างประเทศที่มาจากประเทศจีน และมีชาวตะวันตกรวมทั้ งคนไทยปะปนบ้าง ส่วนบริเวณบ้านดำเนื้อที่ ประมาณ 38 ไร่ ประกอบด้วยสิ่งปลูกสร้างที่ แสดงถึงศิลปะที่งดงามจำนวนไม่น้ อยกว่า 43 หลังให้ได้เที่ยวชมเช่นเดิ มโดยเฉพาะหลังหน้าสุดคือมหาวิ หารเป็นสถานที่เก็บกระดู กของอาจารย์ถวัลย์ด้วย เปิดให้เดินเข้าไปได้ทั่วโดยมี สิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้นกว่ าเดิมตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. ของทุกวัน
นายดอยธิเบศร์กล่าวว่า ตั้งแต่บ้านดำสร้างมานานกว่า 40 ปีก็ไม่เคยมีการเก็บค่าใช้จ่ ายใดๆ โดยเราใช้เงินจากผู้บริหารตั้ งแต่รุ่นของบิดาจนถึงรุ่นตนก็ พบว่ามีค่าใช้จ่ายในการดูแลสู งถึงเดือนละกว่า 1 ล้านบาท ทั้งค่าบริหารจัดการภายใน ค่าบำรุงรักษา ฯลฯ และที่ผ่านมาก็ต้องพึ่งพาตั วเองโดยไม่ได้รับการสนับสนุ นจากผู้ใด ไม่ว่าจะเป็นการดู แลในช่วงเวลปกติ ถูกน้ำท่วม แผ่นดินไหวจนมหาวิหารเสียหายหนั กเมื่อหลายปีก่อน จึงได้หารือกันเพื่อให้บ้ านดำสามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่ งยืน ดังนั้นจึงได้จัดระบบใหม่ด้ วยการจัดเก็บค่าเข้าชมดังกล่าว ซึ่งรายได้ที่ได้ก็จะนำมาเป็นค่ าบริหารจัดการและค่าบำรุงรั กษาดังกล่าวนั่นเอง กระนั้นเราก็มีบริการต่างๆ เพิ่มเติมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้เข้าชมจะได้รั บภาพพิมพ์มารผจญดังกล่าวซึ่งจั ดทำจำนวนจำกัดแค่ 100,000 ใบ ภายในบ้านดำมีมัคคุเทศก์หรื อไกด์ให้บริการ 3 ภาษาคือ ไทย จีน และอังกฤษ ประจำอยู่ตรงมหาวิ หารและตามอาคารด้านในอีกหลายจุด รวมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่ นๆ เพิ่มเติม นอกจากนี้จะมีการแสดงทุกวั นเสาร์และอาทิตย์วันละ 2 ช่วง ในเวลา 11.00 น. และ 14.00 น. ส่วนในอนาคตก็จะมีการจั ดงานภาคกลางคืน กาดมั่วคัวศิลป์ ตลาดศิลปะหรืออาร์ตมาร์เก็ต ฯลฯ ต่อไป

“บ้านดำยังคงเป็นแหล่งสำหรับศิ ลปะและเปิดให้คนชุมชนได้เข้ ามาทำงานเพราะเรามุ่งส่งเสริ มการท่องเที่ยวเชียงราย โดยให้คนได้แวะมาเที่ยวและพั ก ไม่ใช่เป็นเหมือนเมืองทางผ่าน จึงได้พยายามพั ฒนาภายในโดยภายหลังจัดเก็บค่ าเข้าชมก็ได้เพิ่ มคนงานภายในจากเดิมมีแค่ 40 คน ก็เพิ่มอีกประมาณ 20 คน เป็น 60 คน เพื่อคอยดูแลอำนวยความสะดวกด้ านต่างๆ แก่นักท่องเที่ยวที่ไปเยือน ทั้งนี้ในปัจจุบันจะมีการยกระดั บบ้านดำให้เป็นมูลนิธิบ้ านดำ จากเดิมที่เรามีกองทุนบ้ านดำอยู่แล้ว โดยคาดว่าจะสามารถผลักดันเป็นมู ลนิธิเพื่อพัฒนาบ้านดำได้อย่ างยั่งยืนในปี 2560 นี้ต่อไป” นายดอยธิเบศร์กล่าว

