เตรียมพนักงานสอบสวน-รูป 14 ตร.ห้วยขวางให้พยานชี้จ่อฟันซ้ำ

1.02.23 | 11:38 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง ทั้งความผิด ม.157 และ ม.149 กรณีตั้งด่านนักท่องเที่ยวดาราสาวไต้หวันแฉว่าถูกตำรวจเรียกรับเงินเพื่อไม่ถูกจับดำเนินคดีฐานครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าและนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ระบุว่า มีพยานยืนยันเป็นผู้ให้เงินตำรวจว่า พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร.ประสานมาว่าให้เตรียมพนักงานสอบสวนไว้ เพื่อความปลอดภัยของพยานจึงต้องเดินทางไปสอบปากคำด้วยตนเอง ประเด็นที่ถามครอบคลุมทั้งหมด ซึ่งประชุมคณะพนักงานสอบสวน 5 นาย เตรียมประเด็นที่สอบปากคำให้ครอบคลุมเพื่อมัดตัวผู้ถูกกล่าวหา ตอนนี้ตำรวจ สน.ห้วยขวางที่ตั้งด่านทั้ง 7 นายถูกแจ้งข้อหาเบื้องต้น ม.157 ไปแล้ว หากสอบปากคำพยานได้เนื้อหาสาระก็แจ้งข้อหาเพิ่มเติม


พล.ต.ต.อัฏธพรกล่าวว่า พนักงานสอบสวนเตรียมรูปเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งด่านบริเวณหน้าสถานทูตจีนและฝั่งตรงข้ามรวมทั้ง 14 นาย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวางทั้งหมดทุกคน โดยจัดเตรียมทำบัญชีไว้หมดแล้วเพื่อให้พยานชี้ตัว ผู้สื่อข่าวถามว่า พยานให้การว่าเอาเงินให้ตำรวจจะต้องถูกดำเนินคดีด้วยหรือไม่ พล.ต.ต.อัฏธพรกล่าวว่า ประเด็นนี้พนักงานสอบสวนประชุมหารือกันแล้วว่า ถ้าเป็นกรณีที่ผู้เสียหายถูกข่มขืนใจหรือขู่เข็ญจากเจ้าพนักงานจะมองว่าเขาเป็นผู้เสียหายตามคดีอาญาเพราะฉะนั้นจะไม่ถูกแจ้งดำเนินคดีสอบปากคำไว้เป็นพยานอย่างเดียว ถ้าสอบปากคำพยานแล้วกล่าวหาไปถึงไหนก็แจ้งดำเนินคดี เช่น กรรโชกทรัพย์ เรียกรับสินบน และข้อหาอื่นที่พบความผิด ต้องรอสอบปากคำพยานของนายชูวิทย์ ก่อนความผิดถึงใครดำเนินคดีทั้งหมดตามภาพที่ปรากฏ 6-7 คนที่เดินไปใกล้ชิดผู้เสียหายมาเป็นเวลานาน พนักงานสอบสวนประชุมกันแล้วว่า เกิดประเด็นเคลือบแคลงสงสัยว่าอาจจะรู้หรือไม่อย่างไรอาจต้องแจ้งเอาผิด ส่วนการเดินทางไปสอบปากคำพยานนักท่องเที่ยวสาวชาวไต้หวันที่ประเทศไต้หวัน และพยานที่ประเทศสิงคโปร์ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ขออนุมัติเดินทางไปสอบปากคำพร้อมเตรียมวีซ่าไว้เรียบร้อยแล้ว