ภาคปชช. รวมตัวเดินขบวน-ชูแผ่นต้านย้ายหมอสุภัทร ขู่บุกสธ.-ทำเนียบ
ความคืบหน้ากรณีกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ย้ายนพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ หรือ หมอจุ๊ก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา ประธานชมรมแพทย์ชนบท ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย จ.สงขลา มีผลตั้งแต่วันที่ลงนามคือ วันที่ 25 ม.ค. 66 ซึ่งส่งผลให้ภาคประชาชนและองค์กรอิสระออกมาเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทบทวนคำสั่งเนื่องจากเห็นว่าไม่เป็นธรรม และอาจจะเป็นการกลั่นแกล้งกันหรือไม่ เพราะที่ผ่านมานพ.สุภัทร วิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการวัคซีนโควิด 19 และนโยบายกัญชาเสรี ขณะเดียวกันนพ.สุภัทร ประกาศว่าจะอุทธรณ์คำสั่งย้ายและฟ้องศาลปกครองนั้น
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ รายงานข่าวแจ้งว่า ภาคประชาชนยังคงมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มภาคประชาสังคมในจ.สงขลา รวมทั้งชาวจะนะ กลุ่มนักรบผ้าถุง ผู้นำศาสนา และนักเรียน นักศึกษา จากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามประมาณ 500 คน ได้เดินทางมารวมตัวกันที่บริเวณลานด้านหน้าสถานีรถไฟจะนะ

พร้อมกับชูแผ่นป้ายให้กำลังใจและคัดค้านคำสั่งโยกย้าย ก่อนที่จะมีการตั้งแถวพากันเดินเรียกร้องความเป็นธรรมไปตามเส้นทางสายหลักในตัวเมืองจะนะ มีตำรวจ และฝ่ายปครอง ดูแลเรื่องการจราจร และความปลอดภัย ก่อนกลับมายังจุดเดิม และมีการปราศรัยจากบรรดาตัวแทนภาคประชาชน และผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนาในพื้นที่

“ยังคงยืนยันว่า คำสั่งนี้ไม่เป็นธรรม และเรียกร้องให้คืนหมอสุภัทรกลับมายังที่เดิม เนื่องจากไม่ได้ทำผิดอะไร ทุกอย่างทำไปเพื่อความถูกต้อง และเป็นผลดีต่อประชาชน ขอให้ทางสธ.รับฟังเสียงประชาชนด้วย และการเคลื่อนไหวก็ยังมีอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรมกับสิ่งที่เกิดขึ้น” หนึ่งในแกนนำกล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า ตลอดวันทางเครือข่ายภาคประชาชนยังได้แสดงพลัง และยื่นหนังสือเรียกร้องต่อสธ.ให้ทบทวนคำสั่งย้ายนพ.สุภัทร โดยยื่นผ่านจังหวัดสงขลา ที่หน้าศาลากลางจังหวัด และในตอนท้ายนายวาหะมะพีสกรี วาแม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และ นายรุ่งโรจน์ และสุบ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม ได้มาพูดคุยกับทางกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชน และแจ้งว่าจะส่งหนังสือเรียกร้องดังกล่าวไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ทั้งนี้ในระหว่างที่รอคำตอบจากสธ. ภาคประชาชนจะยังคงทำกิจกรรมขับเคลื่อนแสดงออกถึงความไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว โดยคาดว่าอาจจะเดินทางไปแสดงพลังกันที่หน้าสธ.และทำเนียบรัฐบาล ควบคู่กับการแสดงออกในรูปแบบต่างๆ ร่วมกับเครือข่ายที่ขยายวงกว้างมากขึ้น เพื่อให้รับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น





