ผบช.น.มอบนโยบาย ตร.แต่งตั้งใหม่ ยกเคส ‘ห้วยขวาง’ เตือน รายงานให้ไว เต็มที่งานสอบสวน

2.02.23 | 19:56 น.

ผบช.น.มอบนโยบาย ตร.แต่งตั้งใหม่ ยกเคส ‘ห้วยขวาง’ เตือน เกิดอะไรต้องรายงานให้ไว เต็มที่งานสอบสวน ห้ามอมเบี้ยเลี้ยงลูกน้อง เข้มคดีค้ามนุษย์

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (บก.อคฝ.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ในฐานะประธาน พร้อมด้วย รอง ผบช.น. ผบก.น.1-9 ผบก.อก.บช.น. ผบก.สส.บช.น. ผบก.จร. ผบก.อคฝ. ผบก.ศฝร. มอบนโยบายการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่และรายงานตัวระดับรอง ผบก.-ผกก. สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จำนวน 178 นาย โดยใช้เวลา 3 ชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผบช.น.มอบหมายให้ พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. ดูแลงานจราจร (จร) พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานจเรตำรวจ (จต) พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานต่างประเทศ (ตท) พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานบริหาร 2 (บร 2) พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.น.ดูแลงานความมั่นคง (มค)

พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานปราบปรามยาเสพติด (ปส) พล.ต.ต.สยาม บุญสม รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานกิจการพิเศษ 1 (กศ 1) พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากรูปุณยสิริ รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานกิจการพิเศษ 2 (กศ 2) พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานกฎหมายและคดี (กม) พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานสืบสวน (สส) พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานบริหาร 1 (บร 1) พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานป้องกันปราบปราม (ปป)

พล.ต.ท.ธิติเปิดเผยในที่ประชุมว่า หลายคนเคยพบเจอเวลาเปลี่ยนไปเราทำหน้าที่กันใหม่ ในบทบาทและตำแหน่งหน้าที่ต่างไป สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นเสมอคือความรู้สึกผู้ใต้บังคับบัญชาระหว่างเพื่อน พี่กับน้อง ทุกครั้งเจอกันในวาระการพบกันอย่างเป็นทางการ ตนจะพูดเสมอว่าเราจะต้องรู้จักกันด้วยการทำงาน ไม่ใช่รู้จักกันด้วยการเอาสิ่งอะไรมาให้กัน เราจะจดจำในสิ่งที่เราทำอะไรด้วยกัน ร่วมต่อสู้มาด้วยกัน แก้ปัญหามาด้วยกันสำเร็จบ้าง

Advertisement

พล.ต.ท.ธิติกล่าวว่า อยากให้ความทรงจำมีร่วมกันก่อนที่จะพ้นจากหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นด้วยการแต่งตั้งโยกย้าย หรือการเกษียณอะไรก็แล้วแต่ วันนี้มาเจอกันขอให้จดจำเรื่องราวที่มาคุยกัน แต่ถ้าเดินเข้ามาในบ้านหลังนี้กองบัญชาการตำรวจนครบาลแล้ว เราจะมีความคิดไม่สอดคล้อง ไม่ทำความรู้จัก ไม่เรียนรู้กัน อยู่ที่ความเหินห่างหมางเมิน นำไปสู่ความแตกแยกไม่สามัคคี

ผบช.น.กล่าวว่า องค์กรตำรวจเรามี “ความน่าจะล้มละลาย” มากกว่าสายการบินหนึ่งที่ใหญ่มากมาย ในสถานการณ์แย่ที่สุดคือถูกยึดทรัพย์สิน ต้องเอาคนออก มีหนี้แต่ก็พยายามหารายได้มาพยุง ทำให้มีรายได้ทางบวกเข้ามาบ้าง แต่ตำรวจเราไม่มี เพราะเวลาเราทำอะไรแล้วทำดีแค่เสมอตัว เหตุผลเนื่องจากเราไม่ได้ถูกสร้างมาเป็นมนุษย์ประชาชนสัมพันธ์ ทำงานเอาหน้าเอาตาหรือป่าวประกาศให้ใครทราบ อาจจะมีบุคคลบางพวกทำงานแบบนี้ แต่ไม่ใช่ทุกคนในองค์กร ปัญหาเกิดขึ้นเพราะเราเดินทางสื่อสารระหว่างข้อมูลไม่ทัน เต็มไปด้วยความล่าช้า รับผิดช้า แก้ไขปัญหาช้า หรือไม่เคยได้รับแรงดันเลย ทำให้การเข้าไปถูกสอดส่อง ไม่ทันเกมของคนอื่น รวมถึงมีรูรั่วในองค์กร ทำให้การทำงานต่างๆ ประสบปัญหา

“คนที่อยู่ในสถานการณ์ต่างๆ ยกตัวอย่างกรณี สน.ห้วยขวาง เหตุเกิดวันที่ 4 ต่อเนื่องวันที่ 5 ม.ค.66 มาเป็นภาพข่าววันที่ 25 ม.ค. ตั้งคณะกรรมตรวจสอบวันที่ 26 ม.ค. ดำเนินการถึงวันที่ 29 ม.ค. ดำเนินคดีในความผิดที่พบความผิดชัดเจน ส่วนไม่ชัดเจนให้สืบสวนต่อ 26-29 ม.ค.ที่ผ่านมา ดำเนินการสรุป 4 วัน วันที่ 30 ม.ค. ทำการแจ้งข้อกล่าวหา 31 ม.ค.-2 ก.พ. ครบ 7 วันเสร็จสิ้น มีข้าราชการตำรวจเป็นคณะกรรมการเป็นคนในเครื่องแบบ ใครบางคนให้ถูกถอดเครื่องแบบออก ให้ใส่ชุดวอร์มนั่งรถคุมตัวผู้ต้องหา

“สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะไม่มีการรายงาน ไม่มีการเข้าไปควบคุมกำกับดูแล มันคือการปล่อยปละละเลย ไม่เข้าไปใกล้ชิดลูกน้องมากพอ หรือใกล้ชิดแต่ไม่ได้ไปนั่งในใจเขา คนดื้อมันมี แต่ตักเตือนกันได้ ทำให้เขาเกรงใจได้ แต่วันนี้ไม่ใช่ เดี๋ยวเราจะเห็นภาพข่าวมีข้าราชการตำรวจที่อยู่ในบ้านเรา ลูกน้องเรา จะรู้จัก ไม่รู้จักแต่จะเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องจดจำและปรับบทบาทการทำงาน ตั้งแต่ท่านเดินทางออกจากห้องประชุมไป” ผบช.น.กล่าว

ผบช.น.กล่าวอีกว่า สิ่งหนึ่งที่จะฝากไว้สำหรับทุกคนที่เข้ามาคือ การรายงานเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเราช้ากว่าก้าวหนึ่งเราก็จะช้ากว่าเขาเสมอ ยกกรณีเรื่อง “ห้วยขวาง” ทำจริงๆ 7 วันเสร็จ วันนี้เอาคนที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้องไปสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ทำไมสังคมต้องติเตียน เพราะ 1.เรามีรูรั่ว 2.เราช้ากว่าเขาหนึ่งก้าว พอเราจะทำอะไรเขาจะมาบอกในสิ่งที่เราทำอยู่แล้ว สิ่งนี้จะเกิดขึ้นอีก จะเกิดขึ้นที่โรงพักไหน สถานีไหนก็แล้วแต่ ท่านเป็นหัวหน้าสถานีอยู่ในภาวะเสี่ยงสูงต้องถูกตรวจสอบอย่างหนักหน่วง

ผบช.น.กล่าวว่า หากเจอกรณีการตั้งด่านแบบ สน.ห้วยขวาง จะมีการแจ้งให้ทราบอย่างไร โดยรอง ผบช.น.คุมงานป้องกันปราบปราม และสืบสวน ต้องรับทราบ มีการแจ้งให้ทราบ ซึ่งปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้คือที่อยู่โรงพักแต่ละหน้างานกำลังจะเจออะไร ในรอบ 2-4 สัปดาห์ได้เจอคนธรรมดา นักสืบโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะการตั้งจุดตรวจจุดสกัด อย่าให้มีเรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้น ซึ่งต้องกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดี กำชับเขาให้ดี สั่งสอนเขาดี เป็นผู้นำที่ดี ตักเตือนดุด่าว่ากล่าว ไม่รักเราไม่เป็นไร แต่อย่าให้เขาเดินไปไม่ดี เขาจะไม่สูญเสียครอบครัวและไม่สูญเสียอนาคต

“เรื่องเร่งด่วนเรื่องแรกคือการรายงานเหตุ หน้างานป้องกันปราบปราม ผู้กำกับการลงไปดูแล รองผู้บังคับการลงไปขับเคลื่อนหน้างานต่างๆ โดยเฉพาะงานป้องกันปราบปราม จุดตรวจ ถ้าไม่มีการลงในระบบไม่อนุญาตให้ตั้ง การเสนอขออนุมัติขึ้นมาถึงรองผู้บัญชาการที่ดูแลทั้งในหน้างานจราจรและหน้างานป้องกันปราบปราม ไม่เห็นชอบห้ามตั้ง จุดสกัดยังไม่จำเป็นต้องตั้งจนกว่าจะมีการพิจารณาจากรองผู้บัญชาการ

“ด่านเมายังไม่อนุญาตให้ตั้งจนกว่าจะได้รับการพิจารณาจากรองผู้บัญชาการมีความจำเป็นจากอุบัติเหตุบ่อยครั้ง หรือปัญหาเกิดจากผู้ขับขี่มีสภาพไม่สมบูรณ์ มีการดื่มแอลกอฮอล์ หากตรวจสอบพบมีปัญหาจะมอบหมายให้รองผู้บัญชาการตรวจสอบ พบมีคำสั่งให้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อพบภายใน 3 วันต้องพิจารณาได้ว่าบกพร่องเรื่องอะไร เอกสารถึงตนเอง ภายใน 7 วันต้องรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น จบลงทัณฑ์ หากตรวจสอบพบตามลำดับ ผู้กำกับลงไปตรวจพบลูกน้องทำผิด สารวัตรที่กำกับดูแลรับผิดชอบจดบัญชี ถึงเวลาปรับย้ายตำแหน่งทันที

“รองผู้กำกับการ แจ้งสารวัตรรับผิดชอบช่วยงานศูนย์ปฏิบัติการทันที ถ้าไม่มีเรื่องทุจริตพิจารณาบกพร่องตามที่เกิดเหตุ หากพบเหตุทุจริตดำเนินคดี หากกองบัญชาการตรวจพบ รองผู้บังคับการรับผิดชอบ ผู้กำกับการ รองผู้กำกับการ สารวัตร รับผิดชอบ” ผบช.น.กล่าว

พล.ต.ท.ธิติกล่าวว่า การบริหารหัวหน้าสถานีทำทุกอย่าง งบประมาณต้องมีความรู้ สิ่งที่จะต้องไม่มีคือ “เบี้ยเลี้ยงลูกน้อง” ต้องได้ตามสิทธิเต็มจำนวน หากปล่อยให้คนอื่นทำเกิดการทุจริตให้ผู้รับประโยชน์ไม่ได้ประโยชน์ ให้รองผู้กำกับการ สารวัตรทำแทน เกิดเหตุดังกล่าวผู้กำกับต้องรับผิดชอบ เพื่อประโยชน์ผู้ใต้บังคับบัญชา หน้างานความมั่นคงทุกโรงพักต้องจัดกำลังควบคุมฝูงชน รองผู้บังคับการทำหน้าที่ ผบ.พัน โรงพักทำหน้าที่ ผบ.ร้อย สิ่งที่ต้องเผชิญคืออีกช่วงเวลาหนึ่งคือ “การเลือกตั้ง” ข้อมูลข่าวสารในพื้นที่ต้องรู้ว่าใครเป็นใคร งานมั่นคงของกองบังคับการ ต้องสัมผัสกับงานสืบสวน ต้องคู่ขนานกัน ปัญหาจะมาจากข้อมูลท้องถิ่น บุคคลเฝ้าระวัง รวมถึงกรณีคดี 112 อะไรที่เกี่ยวข้องกับสถาบันต้องดูแลอย่างใกล้ชิด มีแผนรองรับชัดเจน ใช้เวลาตรวจสอบปรับแผน

พล.ต.ท.ธิติกล่าวต่อว่า ด้านงานสืบสวนอะไรที่เป็นหมายจับค้างเก่า ยาเสพติด หนี้นอกระบบ งานสืบสวนของโรงพัก ทำการขับเคลื่อนในพื้นที่ อย่าทำอะไรที่ตนเองทำไม่ไหว ทำไม่ได้ต้องรายงานขึ้นมา หากตัวเลขไปไม่ได้ต้องมีคำตอบว่าทำอะไร อาทิ มีภารกิจแทรกขึ้นมาในพื้นที่ อย่าไปพยากรณ์ตัวเลข รองสารวัตร สารวัตรต้องช่วยขับเคลื่อน งานจราจรของโรงพักและ บก.จร. งานโครงการพระราชดำริ หาวิธีการนำเสนอให้โครงการมาช่วยในการช่วยเหลือประชาชน หน้างานสอบสวนผู้กำกับการต้องช่วยกำกับดูแล จะทำคดีสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องชนะหรือไม่ชนะก็แล้วแต่ แค่ต้องให้ประชาชนรู้สึกได้ว่าพนักงานสอบสวนทำงานให้เขาอย่างเต็มที่ งานสอบสวนบริการดี

“สุดท้ายงานกิจการพิเศษโรงพักต้องรับผิดชอบงานดังกล่าว มีการจัดกำลังอย่างเป็นระบบในการเข้าร่วม นอกจากนี้ ให้ช่วยดูแลปัญหาเกี่ยวกับคดีค้ามนุษย์ในพื้นที่ต้องตรวจสอบโดยละเอียด แจ้งเตือนทุก สน. สถานบริการที่มีการใช้บริการอาบ อบ นวด ไม่เช่นนั้นจะถูกแจ้งข้อกล่าวค้ามนุษย์ ปล่อยปละละเลย เป็นเจ้าหน้าที่สนับสนุน รวมถึงสถานบริการเปิดร้องรำทำเพลง ตรวจสอบให้จริงจัง ดำเนินการขั้นตอนให้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งอำนวยการ สอบสวน สืบสวน ปราบปราม

“ถามใจว่าท่านเป็นตำรวจที่ดีในหน้าที่การงานนั้นได้หรือเปล่า จะเป็นตำรวจที่ดีมันเพราะตัวท่าน ไม่ใช่มาบอกว่าถ้าผมเป็นตำรวจจราจรที่ดีจะทำแบบนั้น ท่านเป็นได้ทุกตำแหน่ง ถ้าท่านจะเป็นตำรวจที่ดี และทุกตำแหน่งที่ได้รับจะได้ประสบการณ์และเพื่อนร่วมงานที่ดีถึงท่านเสมอ ทุกตำแหน่งให้คุณค่ากับตัวเราเสมอ ทุกตำแหน่งเป็นตำรวจที่ดีได้เสมอ” ผบช.น.ระบุ