ชาวเลยผวา ฟ้าแดงฉาน คนลอบเผาไร่อ้อย หวั่นลามถึงหมู่บ้าน จี้หน่วยงานเข้มงวดสักที
เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงค่ำคืนของวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ภายในหมู่บ้านหนองหญ้าไซ ต.นาดินดำ อ.เมือง จ.เลย ได้เกิดเพลิงลุกไหม้ท้องฟ้าแดงฉานทั้งหมู่บ้าน เป็นไฟที่เกิดจากการลักลอบเผาไร่อ้อยรอบหมู่บ้าน สร้างความหวาดกลัว และตระหนกกับการลุกลาม กลัวไฟจะลามเข้าถึงหมู่บ้าน โดยมีภาพจากชาวบ้านได้บันทึกวิดีโอไว้
(ชมคลิป)

ต่อมา ได้มีชาวบ้านคนหนึ่งเผยว่า ต.นาดินดำ ต.ผาน้อย ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกัน และมีเกษตรกรปลูกอ้อยจำนวนมากหลายร้อยไร่ และทุกปีก็จะเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ ลักลอบเผาอ้อยกันตลอด ยิ่งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม โรงน้ำตาลที่มีอยู่ 2 โรงในจังหวัดจะปิดหีบอ้อย ทำให้ผู้ปลูกอ้อยต้องเร่งเก็บเกี่ยว รวมทั้งขาดแรงงาน ในช่วงนี้จึงมีการเร่งตัดอ้อยส่งโรงงาน และเป็นอย่างนี้ทุกปีเมื่อถึงฤดูกาลรับซื้ออ้อยของโรงงาน และยิ่งใกล้โรงงานประกาศจะปิดหีบอ้อย ก็จะมีการเผาอ้อยหนักขึ้น ชาวบ้านจึงต้องผจญกับทั้งเศษฝุ่น หิมะดำ ลอยปลิวว่อนในอากาศ ร่วงตกตามพื้นถนน เกาะติดตามเสื้อผ้าที่ตากไว้ ไม่แปลกเลยที่สภาพอากาศที่มีแต่ฝุ่นละอองเกินขนาด ในขณะที่จังหวัดมีแต่ออกมาตรการป้องกันอย่างโน้นอย่างนี้แต่ไม่เคยเห็นผลสักที ยังมีการลักลอบเผากันทุกวัน
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากการตรวจวัดสภาพอากาศในเขต อ.เมือง จ.เลย โดยแอพพลิเคชั่น Air4Thai ซึ่งรายงานโดยกรมควบคุมมลพิษ พบว่าในช่วงเช้าวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ดัชนีคุณภาพทางอากาศ พบปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน มีค่า 88 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ AQI สูง มีค่า 195 ไมโครกรัม ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ และยังพบว่าเช้านี้ในเขตเทศบาลเมืองเลยมีเศษหิมะดำล่องลอยไปทั่วท้องฟ้า มีเศษหิมะดำ หรือขี้เถ้าของใบอ้อย ร่วงหล่นลงมาติดตามฝากระโปรงรถที่จอดไว้ ตามท้องถนน หน้าบ้านเรือนของประชาชน ต้องเก็บกวาดกันทุกเช้า


