อนุทิน ยันโยกหมอสุภัทรเป็นอำนาจฝ่ายประจำ ชี้ที่ปรึกษาอาสาต่อรองควบ 2 รพ. คนละเรื่องกัน

5.02.23 | 08:50 น.

อนุทิน ยันโยกหมอสุภัทรเป็นอำนาจฝ่ายประจำ ชี้ที่ปรึกษาอาสาต่อรองควบ 2 รพ. คนละเรื่องกัน

จากกรณีที่มีคำสั่งโยกย้าย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมแพทย์ชนบท จากตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาล (ผอ.รพ.) จะนะ ไปเป็น ผอ.รพ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ซึ่งเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ นพ.สุภัทร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซุบ๊กส่วนตัว ระบุว่า นพ.วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ ประธานหลักสูตร สาขาระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ซึ่งเป็นหนึ่งในที่ปรึกษา รมว.สธ. ด้านการจัดการโควิด-19 ได้อาสาเป็นคนกลางหารือหาทางออกร่วมกันระหว่าง นพ.สุภัทร กับผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข โดยจะขอให้ นพ.สุภัทร นั่งควบ 2 ตำแหน่ง คือ ผอ.รพ.จะนะ และสะบ้าย้อย

ทั้งนี้ นพ.สุภัทร ยืนยันต่อว่า หลังจากที่ตนลงนามรับทราบคำสั่งย้ายแล้ว จะหารือร่วมกับฝ่ายกฎหมายของชมรมแพทย์ชนบท เพื่อฟ้องศาลปกครองตามมาตรา 157 และอาจส่งฟ้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อสอบถามถึงกรณีที่ นพ.วีระศักดิ์ หนึ่งในทีมที่ปรึกษาด้านโควิด-19 อาสาจะมาหารือเรื่องดังกล่าว

นายอนุทิน ได้ตอบว่า เรื่องการเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีกับเรื่องที่ท่านอาสาจะมาหารือเรื่องดังกล่าวเป็นคนละเรื่องกัน ท่านคงไม่ได้จะพามาหารือกับระดับรัฐมนตรี ตนไม่สามารถให้ความเห็น หรือพิจารณาข้อเสนออะไรได้อยู่แล้ว เพราะไม่มีอำนาจในส่วนนั้น เนื่องจากคำสั่งย้ายเป็นอำนาจของฝ่ายข้าราชการประจำ ที่มีปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นหัวหน้าส่วนราชการ ซึ่งตนได้ยืนยันเสมอว่า ไม่เคยก้าวก่าย หรือสั่งการใดๆ เกินขอบเขต และอำนาจที่รัฐมนตรีมีอยู่

“ผมจะหารือกับปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายเฉพาะในส่วนข้าราชการระดับ 10 ขึ้นไปเท่านั้น เพราะต้องเป็นผู้นำเสนอให้คณะรัฐมนตรี ความเห็นส่วนตัวในเรื่องนี้คือ ถ้าจะให้ดีที่สุด ทุกฝ่ายก็ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ และกฎหมายที่มีข้อกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ก็จะไม่ต้องมีการโทษว่าใครผิดหรือถูก” นายอนุทิน กล่าว

Advertisement

เมื่อถามว่า มีความกังวลหรือไม่ที่ นพ.สุภัทร จะฟ้องต่อศาลในมาตรา 157 ต่อผู้มีส่วนร่วมในการกระทำผิด นายอนุทินตอบว่า ไม่กังวล เพราะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเท่าที่ติดตามสถานการณ์ดูก็พบว่า กระทรวงสาธารณสุข ไม่ได้มีผลกระทบอะไรในการบริหารราชการ และการให้บริการประชาชน ข้าราชการส่วนมากก็ไม่ได้ให้ความสนใจ และยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไร ส่วนการที่เจ้าตัวจะฟ้องร้องหรือร้องเรียนอะไรก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว เห็นว่ายังไงก็จะไปทำงานที่แห่งใหม่ตามกำหนดการ ในส่วนของรัฐมนตรีก็ดีใจ ถือว่าได้ทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาแล้ว

เมื่อถามว่าข้อเสนอที่ให้ นพ.สุภัทร นั่งเป็น ผอ.รพ. ทั้ง 2 แห่ง สามารถทำได้หรือไม่ เพราะคนถูกย้าย ไม่อยากออกไป นายอนุทิน หัวเราะและกล่าวว่า “บอกแล้วไงว่าอำนาจเรื่องโยกย้ายเป็นของปลัดสธ.” ถ้าอยากทราบก็ต้องไปสัมภาษณ์ท่านปลัด ตนไม่ทราบและจะไม่เข้าไปก้าวก่ายงานนอกอำนาจหน้าที่