เกือบไป! เพิ่งถอยกระบะป้ายแดง เพื่อนอ้างยืมใช้กลับเชิดไปขาย แต่รอดได้เพราะติดจีพีเอส

2.12.16 | 12:10 น.

วันที่ 2 ธันวาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนุ่มใหญ่รับเหมาก่อสร้างดาวน์รถป้ายแดงได้ 3 วัน เพื่อนร่วมงานยืมอ้างไปขนของที่ชลบุรี โชคช่วยติดระบบติดตาม GPS เช็กเส้นทาง พบเพื่อนตัวแสบกำลังคิดไม่ซื่อ แจ้งศูนย์ GPS ไล่จับตลอดเส้นทาง เจอมุ่งหน้าสู่ริมโขง รอจังหวะสั่งล็อกจากดาวเทียม เจ้าตัวเผยโชว์รูมแนะติดสัญญาณ GPS เพราะรถรุ่นนี้ตลาดมืดต้องการสูง

เรื่องราวของหนุ่มใหญ่ที่เกือบสูญเสียรถยนต์ป้ายแดงเพราะน้ำมือเพื่อนตัวแสบรายนี้ เปิดเผยเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 พ.ต.อ.ธานัท จิราธนะกุล ผกก.สภ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ศูนย์ GPS (เครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทาง) ว่ามีรถยนต์กระบะป้ายแดงที่ทางศูนย์ติดสัญญาณให้นั้นถูกผู้เช่าซื้อแจ้งว่าถูกขับออกนอกเส้นทาง และขณะนี้ทางศูนย์ได้สั่งตัดสัญญาณต่างๆ ภายในรถเรียบร้อยแล้ว คนร้ายไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถออกไปได้ สัญญาณที่จับได้นั้นแจ้งพิกัดรถคันดังกล่าวจอดอยู่ในวัดศรีสะเกษ เขตเทศบาลตำบลท่าอุเทน

หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบรถยนต์กระบะโตโยต้ารีโว่ สีขาว รุ่นใหม่ล่าสุด 4 ประตู ยกสูง ป้ายแดง จอดอยู่ใต้ต้นฉำฉาภายในวัด ทางศูนย์ GPS จึงได้ปลดล็อกให้เข้าตรวจค้นภายในรถ พบเลขไมล์เพิ่งวิ่งมาได้เพียง 1,039 กม. พร้อมเอกสารเช่าซื้อจากโชว์รูมโตโยต้า T.B.N. สาขารามคำแหง เขตหัวหมาก กทม. ระบุชื่อนายอภิภู สวายประโคน อายุ 46 ปี เป็นเจ้าของรถ จึงนำรถยนต์คันดังกล่าวไปเก็บรักษาไว้ที่ สภ.ท่าอุเทน รอให้นายอภิภูนำเอกสารหลักฐานต่างๆ มายืนยันเพื่อขอคืนรถยนต์กลับไป

วันต่อมา นายประภาส สร้อยโพธิ์ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ 6 ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น หอบเอกสารการเช่าซื้อรถมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมหนังสือมอบอำนาจจากนายอภิภู และเปิดเผยว่าตนเป็นเจ้าของรถคันนี้ตัวจริง โดยเล่ารายละเอียดว่า มีอาชีพรับเหมาก่อสร้างใน กทม. ก่อนหน้านี้มีรถยนต์กระบะวิ่งใช้งานอยู่ 1 คัน เพิ่งส่งงวดได้ประมาณ 1 ปี ต่อมามีงานก่อสร้างเพิ่มขึ้นเพราะรถยนต์คันเดียวไม่พอใช้ จะออกรถคันใหม่ในนามชื่อของตนเกรงจะไม่ผ่านไฟแนนซ์ เนื่องจากยังส่งงวดรถคันเก่าได้ไม่นาน จึงไหว้วานนายอภิภูซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องเป็นผู้ขอเช่าซื้อจากโชว์รูม ตรวจสอบเครดิตบูโรผ่านทุกขั้นตอน เบื้องต้นตนจ่ายเงินดาวน์ 2 แสนบาท จึงกำหนดรับรถในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2559

นายประภาสกล่าวว่า ก่อนจะถึงวันรับรถมีพนักงานโชว์รูมแนะนำว่าควรนำรถไปติดสัญญาณ GPS (เครื่องบันทึกการเดินทาง) เพราะรถรุ่นนี้ (4 ประตูยกสูง) ตลาดมืดมีความต้องการสูง โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านริมฝั่งแม่น้ำโขง สถิติพบว่ารถยนต์โตโยต้ารีโว่ถูกขโมยหายไปหลายคัน ตนจึงปฏิบัติตามคำแนะนำ หลังนำรถมาใช้งานเพียง 2 วัน ก็มีนายโชคไม่ทราบนามสกุล เพื่อนร่วมงานมาขอยืมรถคันดังกล่าว อ้างว่าจะไปขนของที่จังหวัดชลบุรี ด้วยความคุ้นเคยจึงมอบรถให้ไป กอปรด้วยตนอยากจะทดสอบสัญญาณ GPS ว่ามีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน หลังจากนายโชคนำรถไปได้ประมาณ 3 ชั่วโมง ลองเปิดสัญญาณดังกล่าวดู ปรากฏว่ารถยนต์ไม่ได้มุ่งหน้าไปที่จังหวัดชลบุรีตามที่นายโชคอ้าง แต่กลับเบนหัวไปยังเส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) จึงรีบแจ้งทางศูนย์ให้เฝ้าติดตามอย่างกระชั้นชิด ซึ่งการติดตามนั้นต้องรอจังหวะที่รถจอดสนิทถึงจะสั่งตัดสัญญาณภายในรถได้ กระทั่งพิกัดของรถวิ่งไปจอดยังวัดศรีสะเกษกลางเมือง อ.ท่าอุเทน จึงตัดสัญญาณต่างๆ ล็อกทุกอย่างเกี่ยวกับระบบขับเคลื่อน คนร้ายเห็นว่าไปไม่รอดจึงทิ้งรถไว้ ศูนย์จึงแจ้งให้ตำรวจเข้าตรวจค้นดังกล่าวข้างต้น

Advertisement

พ.ต.อ.ธานัท จิราธนะกุล ผกก.สภ.ท่าอุเทน กล่าวเพิ่มเติมว่า จะตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ ใน อ.ท่าอุเทน เพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี และต้องเรียกนายโชคมาสอบสวนหารายละเอียดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งค้ารถยนต์ข้ามชาติด้วยหรือเปล่า พร้อมกับเตือนภัยผู้ที่เช่าซื้อรถยนต์ทั้งหลายควรติดสัญญาณ GPS โดยเฉพาะรถยนต์ที่ประเทศเพื่อนบ้านต้องการ เช่นรถยนต์กระบะ 4 ประตูยกสูง ออเดอร์มีความต้องการสูงมาก