ฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มลดลง อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เผยปัจจัยอัตราระบายอากาศดี
ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสรุปผลการตรวจวัด PM2.5 เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2566 ตั้งแต่เวลา 05.00-07.00 น. (3 ชั่วโมงล่าสุด) โดยตรวจวัดได้ 15-45 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ซึ่งค่าเฉลี่ยของกรุงเทพฯ 26.5 มคก./ลบ.ม. และค่า PM2.5 มีแนวโน้มลดลง และอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกสถานีที่มีการตรวจวัด
ทั้งนี้เมื่อเวลา 07.00 น. ตรวจวัดค่าฝุ่นละออง PM2.5 ได้ 15-43 มคก./ลบ.ม. (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) โดยมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับเมื่อวานในช่วงเวลาเดียวกัน และพบว่า อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกสถานีที่มีการตรวจวัด (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.)
สำหรับปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคาดการณ์แนวโน้มสภาพอากาศที่ส่งผลกระทบต่อฝุ่น PM2.5 โดยสภาพทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงระหว่างวันที่ 3-9 กุมภาพันธ์ 2566 คาดว่า อัตราการระบายอากาศอ่อน/ดี มีฝนบางพื้นที่ จากทิศใต้ และลมตะวันออกเฉียงใต้ พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้ และอ่าวไทยพัดเข้ามาปกคลุมแทนที่ลมหนาว
ส่วนมวลอากาศเย็นที่แผ่ปกคลุมเริ่มมีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยตอนบน มีอุณหภูมิสูงขึ้น กลางวันอากาศร้อน ส่งผลให้เกิดการสะสมของฝุ่นละออง PM2.5 มีแนวโน้มลดลง และวันนี้พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
จากนั้นในช่วงระหว่างวันที่ 6-11 กุมภาพันธ์ 2566 พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีแนวโน้มคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศที่ดี เนื่องจากสภาพอากาศที่เปิดมากขึ้น และมีลมใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรงช่วยพัดพาฝุ่นละออง ออกจากพื้นที่
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลจุดความร้อน (hotspot) ผ่านดาวเทียม จากหน่วยงาน NASA ไม่พบจุดความร้อนที่ดาวเทียม ตรวจพบค่าความร้อนสูงผิดปกติจากค่าความร้อนบนผิวโลกบริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ







