ม็อบ สลท. บุกสธ. ยื่น 6 ข้อร้อง ‘อนุทิน’ ให้ปรับสัญญาจ้างยาว 60 ปี-ใช้งบแผ่นดินจ่ายแทนเงินบำรุง หมอรุ่งเรือง เผย รับทราบแล้ว ขอให้กลับไปทำงาน ชี้ หลายข้อทำอยู่แล้ว
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายโอสถ สุวรรณ์เศวต ประธานสหภาพลูกจ้างของรัฐแห่งประเทศไทย(สลท.) นำตัวแทนสมาชิก สลท. ทั่วประเทศราว 100 คน เดินทางมายังกระทรวงสาธารณสุข พร้อมนำข้าวเหนียวและเสบียงอาหาร มาเป็นสัญลักษณ์เพื่อยื่นข้อเรียกร้อง 6 ข้อ โดยประกาศจะปักหลักอยู่ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จนกว่าจะพบกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข

นายโอสถ กล่าวว่า ทาง สลท. ได้ประสานมาขอพบกับ รมว.สธ. ตั้งแต่เดือนที่แล้วและระบุว่าเราจะเข้ามาในวันที่ 6 ก.พ. วันนี้เราจึงต้องอยู่ที่สำนักงานปลัดสธ. จนกว่าได้จะพบกับท่าน เพื่อขอความเห็นใน 6 ข้อเรียกร้องของเราว่าท่านมีความคิดเห็นอย่างไร ตนมั่นใจว่าทั้ง 6 ข้อเรียกร้องไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ คือ
- 1.ขอให้พนักงานกระทรวงสาธารณสุข (พกส.) สายงานสนับสนุนเข้าสู่ระบบการจ้างงานด้วยเงินงบประมาณที่ผ่านกระทรวงการคลังโดยตรง ไม่ใช่การจ้างด้วยเงินบำรุงของโรงพยาบาล (รพ.) หรือของหน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งทำให้ไม่มีความมั่นคง
- 2.การปรับสัญญาจ้างระยะสั้น 4 ปี เป็น 60 ปี เพราะระยะสั้นไม่มีความมั่นคงและก้าวหน้า เนื่องจากเราไม่สามารถยื่นกู้กับสถาบันการเงินได้ เพราะขาดความน่าเชื่อถือ แม้เราจะมีกำลังผ่อน
- 3.เลิกสัญญาจ้างตามนโยบายของ สธ. ที่เคยแถลงว่าต่อไปนี้ สธ. จะมีลูกจ้างสายพันธุ์เดียวคือ พนักงานกระทรวงสธ. แต่ความจริงแล้วไม่เป็นตามนั้น เพราะยังมีลูกจ้างชั่วคราว และลูกจ้างเหมาะบริการทั้งรายวันและรายเดือน และจ้างกันเป็น 10-15 ปี โดยตามหลักความเป็นธรรม ไม่ควรกระทำแบบนี้ เพราะเรามีความหวังที่จะก้าวหน้า
- 4.ขอให้ลูกจ้างและพนักงานกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ได้รับค่าเสี่ยงภัยเหมือนกับลูกจ้างกลุ่มอื่นๆ เพราะมีข้อมูลว่า ลูกจ้างชั่วคราวของสธ.ถูกกระทำเสียชีวิต แต่ไม่ได้รับการดูแล เพราะเป็นลูกจ้างชั่วคราวเงินบำรุง เราต้องช่วยเหลือกันเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าหดหู่มากๆ
- 5.ค่าเสี่ยงภัยโควิด-19 ที่ สธ.บอกว่าลูกจ้างทั้งหลายเป็นคนในครอบครัวที่ต้องสู้วิกฤตไป ซึ่งพวกเราไม่ได้กลับบ้าน เพราะเราทำงานเสี่ยง เราเลยต้องอยู่ รพ. แต่เมื่อมีการให้ค่าตอบแทนค่าเสี่ยงภัยกลับได้เฉพาะสายวิชาชีพ พวกเราก็คอยอย่างไม่มีความหวัง
- 6.ค่าตอบแทนค่าล่วงเวลา ที่มีคำสั่งออกมาเมื่อวันที่ 3 ก.พ.66 ว่าจะปรับเพิ่มค่าจ่ายให้เป็น 330 บาท แต่ในขณะที่ ค่าจ้างขั้นต่ำตอนนี้ก็อยู่ที่ 350 บาทแล้ว ซึ่งตรงนี้ผิดหลักว่าค่าตอบแทนค่าล่วงเวลาจะต้องได้ 1.5 เท่า กลับได้น้อยกว่าการทำงานในเวลาปกติ ทางสหภาพฯ เรารับไม่ได้
“เราจึงยืนยันว่า จะอยู่ที่นี่จนกว่าจะได้ข้อสรุปร่วมกันกับท่าน รมว.สธ.” นายโอสถ กล่าว


เมื่อถามว่าย้ำว่าถ้า รมว.สธ.ไม่มาพบจะปักหลักอย่างไร นายโอสถ กล่าวว่า เราขอใช้สิทธิรอ ไม่ไปไหน จะนอนค้าง เพราะเราเอาอาหารมาแล้ว นอกจากนั้นก็จะทยอยมาสมทบเรื่อยๆ วันนี้เรามากันแค่นี้เพราะเข้าใจว่าอาจกระทบต่อการให้บริการประชาชนใน รพ. แต่ถ้าเราถูกกดดัน ถูกปล่อยให้อยู่อย่างไม่ใยดี พี่น้องเราจะทยอยกันมาเรื่อยๆ จึงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้บริหารว่าท่านอยากให้ขยายกว้างขึ้นหรือไม่ หรือท่านจะมาพูดคุยกัน เพราะเราก็ไม่อยากให้เกิดการลาแล้วทยอยกันมาเรื่อยๆ
“ที่ผ่านมาเราเรียกข้อง ท่านรับไว้ มีข้อตกลงร่วมกัน แต่สุดท้ายไม่นำมาสู่การปฏิบัติ เช่น ฝ่ายเลขารับเรื่องไว้ แต่ไม่มีการเสนอ ไม่มีการตั้งคณะทำงานแก้ไข เหมือนที่เราเรียกร้องตั้งแต่ปี 2563 จนปี 2566 ก็ยังไม่มีคณะทำงาน ดังนั้น เราจำเป็นต้องมาเรียกร้อง” นายโอสถ กล่าว
ด้าน รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวงและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ลงมารับหนังสือข้อเรียกร้อง และพูดคุยกับทาง สลท. ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ทาง สลท.มาเรียกร้องเรื่องสิทธิสวัสดิการกับ สธ. ซึ่งตนได้ชี้แจงว่าทั้ง รมว.สธ. และปลัดสธ. เห็นความสำคัญในการดูแลบุลคลากรทุกท่านอย่างดีตามที่มีนโยบายออกมาและเกิดการปฏิบัติจริงในหลายปีที่ผ่านมาที่มีการปรับระบบบริหารต่อเนื่อง ตามข้อเรียกร้องของทาง สลท. ตนชี้แจงว่า
- 1.การจ้างด้วยเงินงบประมาณจากเดิมที่ใช้เงินบำรุง รพ. ทั้งนี้ สธ.ได้ศึกษาข้อดี ข้อเสีย โดยข้อด้อยของการเข้าสู่เงินงบประมาณ เช่น กรอบวงเงิน และความยั่งยืนระยะยาว ซึ่งเงินบำรุงมีความมั่นคงกว่า อย่างไรก็ตาม ทาง สธ.ได้รับมาดำเนินการแล้ว แต่ยังต้องรอกระบวนการที่ต้องทำข้อตกลงร่วมกับสำนักงานงบประมาณ
- 2.การยกเลิกสัญญาจ้างระยะสั้นให้เป็น 60 ปี ต้องย้ำว่า พนักงานกระทรวงสาธารณสุขราว 1 แสนคน ที่ผ่านมาไม่มีการเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม 99% ขึ้นไป เราจ้างต่อ ยกเว้นประพฤติไม่ดีจริงๆ ดังนั้น เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็น ส่วนกรอบการจ้าง 60 ปีจะทำให้มีสิทธิในการกู้กับสถาบันการเงิน เรื่องนี้สธ.พร้อมรับเรื่องมาดำเนินการให้
- 3.ยกเลิกสัญญาจ้างที่ไม่มั่นคง ทั้งรายวัน รายเดือนและรายคาบ ข้อมูลพบว่ามีปัญหาเพียงบางพื้นที่ เราก็น้อมรับข้อมูลจากพวกท่านให้มาสู่การแก้ไขปัญหา
- 4.ผู้ที่ปฏิบัติงานในชายแดนภาคใต้ เรื่องนี้เราจะเร่งดำเนินการในเชิงนโยบาย เพราะทุกท่านมีความสำคัญที่ทำงานเพื่อประชาชน
- 5.ค่าเสี่ยงภัยโควิด-19 ตนได้ติดตามข้อมูลพบว่าอยู่ในขั้นตอนที่เราเสนอของบประมาณ ทั้งกลุ่มวิชาชีพและสายสนับสนุน และ 6.การปรับค่าล่วงเวลา เรากำลังเร่งดำเนินการปรับให้เกิดความเหมาะสม
“ข้อเรียกร้อง หลายข้อได้ทำอยู่แล้ว บางข้ออยู่ใกล้เสร็จแล้ว ซึ่งท่าน รมว.สธ. ท่านปลัดสธ. ได้มอบให้ผมมารับเรื่อง เพื่อดำเนินการต่อเป็นรูปธรรม ซึ่งขอบคุณที่ท่านให้ข้อมูลมา แต่ต้องเรียนว่า สธ.ได้น้อมรับทั้งหมดแล้ว จึงขอว่าหากท่านเสร็จภารกิจแล้วขอให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ของท่านในพื้นที่ เพราะเรารับเรื่องไปแล้ว ดังนั้นท่านจะอยู่ต่อก็ไม่มีประโยชน์อะไร ข้อเรียกร้องของท่าน เราเร่งขั้นตอนเต็มที่ บางเรื่องเกินอำนาจกระทรวงฯ ต้องทำข้อตกลง จึงต้องใช้เวลา แต่ทั้งหมดเราทำหมด ผู้บริหารทุกคนให้ความสำคัญหมด” นพ.รุ่งเรือง กล่าว



