กทม.ส่องโภชนาการ จ่อสอน 3 ภาษา เสริมจินตนาการเด็ก – แก้ปัญหาเป็นสเต็ป เตรียมพร้อมสู่พลเมืองโลก

6.02.23 | 19:03 น.

กทม.ส่องโภชนาการมื้อเที่ยง จ่อสอน 3 ภาษา เสริมจินตนาการเด็ก-แก้ปัญหาเป็นสเต็ป เตรียมพร้อมเป็นพลเมืองโลก

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ เขตบางเขน พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานด้านการศึกษาตามนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยมีนางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการเขตบางเขน และ นางทรายทอง ตรีสัตยกุล ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ ให้การต้อนรับและให้ข้อมูล และมีผู้บริหารเขตบางเขน ศึกษานิเทศก์ จากสำนักการศึกษา ผู้บริหารโรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ ร่วมรับฟังข้อมูล

โอกาสนี้ พญ.วันทนีย์ ได้มอบนโยบายและแนวทางดำเนินการให้แก่ทางโรงเรียน จากนั้นเยี่ยมชมการจัดอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียน โดยเมนูอาหารวันนี้อาหารเช้า คือ กระเพาะปลาเส้นหมี่ ส่วนอาหารกลางวัน คือ ต้มจับฉ่ายไก่ ทอดมันปลา และส้มเขียวหวาน

พญ.วันทนีย์เปิดเผยว่า โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ เป็นโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บนพื้นที่ 13 ไร่ 1 งาน 50 ตารางวา เปิดการเรียนการสอนในระดับอนุบาล-มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียนจำนวน 2,743 คน ซึ่งทุกโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครจะมีธงสีต่างๆ บอกค่าฝุ่น PM2.5 ในแต่ละวันเพื่อให้นักเรียนได้ทราบถึงสถานการณ์และปฏิบัติตนอย่างปลอดภัยเพื่อป้องกันอันตรายจากฝุ่น PM 2.5 นอกจากนี้ โรงเรียนนี้ยังสนับสนุนนโยบายโรงเรียน 2 ภาษา คือ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และมีการส่งเสริมการสอนภาษาจีนอีกด้วย รวมถึงโรงเรียนมีโครงการนำร่องผ้าอนามัยฟรีแก่นักเรียนหญิง ซึ่งส่งเสริมนโยบายในมิติ สุขภาพดี ของ กทม. โดยได้แนะนำให้ครูใช้ช่วงเวลาที่แจกผ้าอนามัยนี้ ได้เสริมความรู้ด้านเพศศึกษาให้นักเรียนหญิง อาทิ การเรียนรู้ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายสู่วัยเจริญพันธุ์ การป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การรักษาสุขอนามัยส่วนตัว เป็นต้น โดยตั้งเป้าหมายการแจกผ้าอนามัยให้ได้ 1 รอบเดือน 15 ชิ้น /คน เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญต่อสุขภาพอนามัยของนักเรียนหญิง

Advertisement

นอกจากนี้ พญ.วันทนีย์ ยังได้เน้นให้โรงเรียนส่งเสริมนักเรียนได้เรียนรู้กระบวนการคิด เรียนรู้ ลงมือทำในฐานะพลเมืองโลก เพื่อสร้างนักเรียนพลเมืองโลกที่มีคุณภาพ โดยปรับปรุงเนื้อหาหลักสูตรในปัจจุบันตามสถานการณ์โลกรวมถึงทักษะการคิดวิเคราะห์ เพื่อเตรียมนักเรียนสู่การเป็นพลเมืองโลก (global citizen) โดยทำความเข้าใจกับประเด็นอ่อนไหว เช่น ความเท่าเทียมทางเพศ หรือชาติพันธุ์ การพัฒนาทักษะความรู้ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกยุคใหม่ เช่น การใช้เทคโนโลยี โดยโรงเรียนนี้ได้นำร่อง Google Classroom จำนวน 1 ห้อง ที่ชั้น ป.4/1 ซึ่งเป็นการเรียนการสอนที่รวมไว้ในที่เดียว เป็นศูนย์รวมสำหรับการสอนและการเรียนรู้ เป็นเครื่องมือที่ใช้งานง่ายและปลอดภัย ช่วยให้นักการศึกษาจัดการ วัดผล และสร้างความน่าสนใจให้กับการเรียนรู้และนักเรียนได้ รวมถึงการสอนให้เด็กตระหนักถึงการกลั่นแกล้งในโรงเรียนและโลกออนไลน์ โดยต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสิ่งแวดล้อมครอบครัว โรงเรียน เป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักเรียน ดังนั้นครูประจำชั้นรวมถึงนักจิตวิทยา ต้องใส่ใจเด็กกลุ่มเป้าหมายเป็นพิเศษ

ในส่วนของการส่งเสริม After School Program (เรียน เล่น หลังเลิกเรียน) และ Saturday School ห้องเรียนเสริมทักษะชีวิตในวันเสาร์ ต้องเร่งดำเนินการเนื่องจากเป็นการใช้พื้นที่โรงเรียนให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยให้ประสานกับมูลนิธิ สภาเมือง หรืออาสาสมัคร ที่พร้อมจะส่งเสริมการสอนทักษะต่างๆให้นักเรียน การรณรงค์และให้ความรู้ เรื่องยาเสพติด อาทิ กัญชาและบุหรี่ไฟฟ้า ให้นักเรียนรู้ถึงพิษภัยเพราะบุหรี่เป็นประตูสู่ยาเสพติดชนิดอื่น รวมถึงการรณรงค์ส่งเสริมนักเรียนสวมหมวก 100% เสริมสร้างความปลอดภัยในการเดินทางให้กับนักเรียน รวมทั้งเป็นการป้องกันและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุจราจร

 

และอีกหนึ่งสิ่งที่ได้เน้นย้ำและห่วงเป็นพิเศษเนื่องจากโรงเรียนนี้อยู่ใกล้ถนนสาธารณะจึงฝากเรื่อง การซ้อมแผนป้องกันเหตุกรณีคนแปลกปลอมหรือจิตเวชเข้ามาในโรงเรียน โดยฝึกนักเรียนให้สามารถป้องกันตนเองในเบื้องต้น รวมถึงคุณครูต้องทำแผนซักซ้อมให้เป็นขั้นตอนแบบแผนและให้ความสำคัญกับการอบรมเชิงปฏิบัติการการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยฟื้นคืนชีพ (First Aid & CPR) เพื่อให้คุณครูและนักเรียนสามารถช่วยเหลือ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยให้พ้นจากอันตรายได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ก่อนนำส่งโรงพยาบาล เพื่อลดความรุนแรงของการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นอีกด้วย

ต่อมา ที่ โรงเรียนวัดประชาศรัทธาธรรม เขตบางซื่อ พญ.วันทนีย์ ตรวจเยี่ยมการจัดกิจกรรม After School Program เรียน เล่น หลังเลิกเรียน ซึ่งเป็นกิจกรรมตามโครงการเปิดโรงเรียนสู่การเรียนรู้ (Open Education) ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เล็กที่สุดในสังกัดกรุงเทพมหานคร เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนทั้งหมด 161 คน สำหรับกิจกรรม After School Program ของโรงเรียนเป็นการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยให้กับเด็กนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6 ในวันจันทร์ เวลา 15.00-17.00 น. โดยในวันนี้ นายสรสิช เหลืองรุ่งเกียรติ ผู้อำนวยการเขตบางซื่อ นายอุดมศักดิ์ ศรีระชาติ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดประชาศรัทธาธรรม ผู้แทนสำนักการศึกษา และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมให้ข้อมูลการจัดกิจกรรม

พญ.วันทนีย์ กล่าวว่า ในอนาคตโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครจะมีการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ 3 ภาษามากขึ้น ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และ Coding ซึ่ง Coding เป็นการพัฒนาการคิดอย่างเป็นระบบ แก้ไขปัญหาอย่างเป็นสเต็ป เรียนรู้อย่างเป็นขั้นตอน จะช่วยให้เด็กมีการเรียนรู้และพัฒนาเป็นระบบ เป็นระยะ ซึ่งเด็กที่มีความสนใจด้านไอทีอาจสามารถเขียนโปรแกรมได้เลย ซึ่งเด็กจะต้องถูกพัฒนาในตอนนี้ เพราะโลกจะพัฒนาไปในรูปแบบดิจิทัลมากขึ้น และทั้ง 3 ภาษานี้ จะช่วยให้เด็กนำไปปรับใช้ได้อีกมาก

พญ.วันทนีย์ กล่าวด้วยว่า หลักคิดวันนี้คือ โรงเรียนไม่ใช่ Education แล้ว ต้องเป็น Learning และเป็น Lifelong Learning ไม่ว่าจะเป็น After School หรือ Saturday School ต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า การจัดให้มีอาสาสมัครมาช่วยในสิ่งที่นักเรียนสนใจ ให้คนเรียนเป็นศูนย์กลาง เด็กนักเรียนสนใจอะไรให้หาอาสาสมัครมาสอนในสิ่งนั้นในช่วงเวลาที่ว่าง การเรียนรู้อีกอย่างหนึ่งของนักเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครคือการเรียนรู้ในชีวิตประจำวัน ครูในฐานะพ่อแม่ที่โรงเรียนต้องช่วยกันเสริมเติมการเรียนรู้ง่ายๆ ให้กับเด็กด้วย เพื่อที่เด็กจะได้มีความรู้ติดตัว ครูต้องกระตุ้นให้เด็กรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร อยากทำอะไร อยากเป็นอะไร ต้องกระตุ้นให้เด็กค้นหาตัวเองให้เจอให้เร็ว นอกจากนี้ การฝึกอาชีพเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเรียนรู้ให้เด็กให้เด็กมีความรู้เพิ่มเติมและสามารถใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ ขอขอบคุณและชื่นชมอาสาสมัครที่เสียสละเวลาร่วมเป็นครูพิเศษในกิจกรรมนี้ด้วย ซึ่งถือเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับเด็กอย่างมาก