อย. ชี้ วัคซีนไฟเซอร์ ยืดอายุเป็น 15 เดือนตามข้อมูลวิชาการ เผย ยังไม่พบปัญหา หากหน่วยไหนเจอขอให้ส่งข้อมูล พร้อมดำเนินการตรวจสอบ ระงับการใช้ได้
เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ข้อมูลกรณีที่สภาการพยาบาลทำหนังสือขอให้ อย.ทบทวนการยืดอายุวัคซีนไฟเซอร์ ห่วงกระทบประชาชนและภาพลักษณ์ของพยาบาลที่ฉีด ว่าสำหรับการขยายอายุการใช้วัคซีนไฟเซอร์ จาก 9 เดือน เป็น 15 เดือนนั้น เป็นการพิจารณาจากข้อมูลวิชาการที่ผู้ได้รับอนุญาตนำข้อมูลความปลอดภัยจากผู้ผลิตวัคซีนมายื่นขอขยายอายุการใช้งาน ซึ่งหากมีการเก็บในอุณหภูมิที่คงที่ -60 องศา โดยเนื้อวัคซีนไม่ปนสิ่งแปลกปลอมหรือสภาพเปลี่ยนไป ก็สามารถนำมาใช้ได้ ทั้งนี้ วัคซีนถือเป็นยา ซึ่งตามปกติจะมีการระบุวันหมดอายุไว้ แต่หากมีข้อมูลความไม่ปลอดภัย ก็สามารถนำมาพิจารณาระงับการใช้ หรือเรียกคืนในล็อตที่มีปัญหาได้
เมื่อถามว่าในกรณีที่มีการแสดงความเห็นว่าวัคซีนที่ขายอายุจะหมดในวันที่ 30 มี.ค.66 นี้ อาจส่งผลกระทบต่อผู้รับวัคซีนและภาพลักษณ์ของสภาการพยาบาล เพราะ 80% ของผู้ที่ฉีดวัคซีนคือพยาบาล นพ.ไพศาลกล่าวว่า สำหรับเรื่องนี้เราต้องคุยกันด้วยหลักวิชาการ ซึ่งตอนนี้วัคซีนไฟเซอร์ยังไม่พบปัญหาใดๆ ในการใช้งานแม้ว่าจะมีการยืดอายุออกเป็น 15 เดือน ทั้งนี้ หากหน่วยงานใดมีข้อมูลว่าพบปัญหาก็ขอให้ส่งมาที่ อย.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รศ.ดร.สุจิตรา เหลืองอมรเลิศ นายกสภาการพยาบาล ได้ทำหนังสือลงวันที่ 31 ม.ค.2566 เรื่อง ขอทักท้วงการกำหนดอายุวัคซีน 15 เดือนสำหรับวัคซีน Comirnaty เลขทะเบียน IC 8/64 (NBC) ส่งถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุข ใจความระบุว่า ด้วยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้อนุโลมให้บริษัทไฟเซอร์ขยายอายุวัคซีนเพื่อแก้ไขถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในเข้าถึงวัคซีน จึงอนุโลมให้บริษัทไฟเซอร์กำหนดวันหมดอายุผลิตภัณฑ์วัคซีน Comirnaty (Concentrate for dispersion for injection) สูตรตำรับ PBS/Sucrose buffer 30 ug จากสถานที่ผลิต BioNTech ประเทศเยอรมัน จำนวน 8 รุ่นการผลิต ปริมาณนำเข้าทั้งสิ้น 4,891,524 โดส ซึ่งเป็นรุ่นการผลิตที่ปล่อยผ่านจากสถานที่ผลิตแล้ว จากเดิมอายุยา 9 เดือน (วันหมดอายุ 30 กันยายน พ.ศ.2565) เป็น 15 เดือน (วันหมดอายุ 30 มีนาคม พ.ศ.2566) สภาการพยาบาลได้นำเรื่องดังกล่าวหารือในที่ประชุมภาคีสภาวิชาชีพด้านสุขภาพ ครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2566 และมีมติให้สภาการพยาบาลทำหนังสือทักท้วงเพื่อขอให้คณะกรรมการอาหารและยาทบทวนกรณีดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่าวัคซีนที่หมดอายุที่ได้รับการขยายอายุผลิตภัณฑ์และนำไปฉีดให้แก่ประชาชนอาจจะเกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และเกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรได้ เนื่องจากร้อยละ 80 เป็นพยาบาลวิชาชีพที่เป็นผู้ฉีดวัคซีนดังกล่าว หากฉีดไปแล้วจะเกิดความไม่สบายใจจึงได้ทำหนังสือทักท้วงมายังกระทรวงสาธารณสุขเพื่อหาแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนต่อไป


