ศาลยกฟ้อง ดำรงค์ พิเดช กับพวก กล่าวหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เปิดช่องจนท.รัฐร่วมชุมนุม นปช.ปี 55

7.02.23 | 17:23 น.

ศาลอาญาคดีทุจริตฯยกฟ้อง “ดำรงค์ พิเดช” – พวก ถูกกล่าวหาจัดตั้งการฝึกอบรมโดยมิชอบ เปิดช่องให้ เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ ฯ เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองที่รัฐสภา

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์  ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตลิ่งชัน ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อท. 129/2565 ที่อัยการสูงสุดโจทก์ ยื่นฟ้อง นายดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 3 คน กรณีที่มีกล่าวหาพฤติการณ์ว่ามีการอนุมัติโครงการฝึกอบรมจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ ฯ โดยมิชอบและนอกเหนือจากอำนาจหน้าที่ในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เพื่อเจตนาสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่เข้าร่วมชุมนุมที่สวนสัตว์ดุสิต และที่หน้ารัฐสภา

โดยนัดฟังคำพิพากษาวันนี้ โจทก์ จำเลยทั้งสาม และทนายจำเลยทั้งสาม มาศาล

ซึ่งคำพิพากษา​สรุปว่า ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยทั้งสามแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ใช้ดุลพินิจพิจารณาสั่งการให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 จัดทำโครงการฝึกอบรมจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ ฯ จำนวน 2,500 คน และอนุมัติให้จัดทำโครงการดังกล่าวตามข้อเท็จจริงและอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2547 เพื่อประโยชน์ของกรมอุทยานแห่งชาติ ฯ แม้สื่อสารมวลชนเสนอข่าวว่าเจ้าหน้าที่ที่เข้ารับการอบรมตามโครงการฝึกอบรมจริยธรรมที่วัดพระธรรมกายไปร่วมชุมนุมทางการเมืองที่สวนสัตว์ดุสิตและที่หน้ารัฐสภา แต่ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานกรณีมีผู้ร้องเรียนจำเลยที่ 1 อนุมัติโครงการดังกล่าวแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า จำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือปฏิบัตินอกเหนืออำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือปฏิบัติหรือละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ร้องเรียนโดยไม่เป็นธรรม ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงให้ยุติเรื่อง และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินโดยสำนักตรวจสอบการเงินที่ 11 ตรวจสอบการใช้งบประมาณตามโครงการดังกล่าวแล้ว ไม่พบข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ดำเนินการโดยไม่มีอำนาจหรือผิดกฎหมาย

ประกอบกับในการไต่สวนโจทก์ไม่มีพยานบุคคลหรือพยานเอกสารใด ที่แสดงให้เห็นว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันสั่งการ หรือมีส่วนร่วมรู้เห็นให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ ฯ ที่เข้ารับการฝึกอบรมโครงการฝึกอบรมจริยธรรมที่วัดพระธรรมกาย เดินทางเข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองบริเวณหน้ารัฐสภา แต่ได้ความว่า คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงที่กรมอุทยานแห่งชาติ ฯ แต่งตั้ง รายงานผลการสืบสวนข้อเท็จจริงว่าเจ้าหน้าที่ที่เข้ารับการอบรมตามโครงการฝึกอบรมจริยธรรมที่วัดธรรมกายไม่ได้ไปร่วมชุมนุมทางการเมืองที่สวนสัตว์ดุสิตและที่หน้ารัฐสภาตามที่มีการเสนอข่าวทางสื่อสารมวลชน

ดังนั้นข้อเท็จจริงจากการไต่สวนจึงรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 1 อนุมัติโครงการฝึกอบรมจริยธรรมดังกล่าวโดยมีเจตนาประสงค์ต่อผลเพื่อสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ ฯ เดินทางเข้ามาร่วมการชุมนุมทางการเมืองเพื่อประโยชน์แก่กลุ่มคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง

Advertisement

สำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนได้ความว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ผู้ใต้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 1 ร่วมกันเสนอขออนุมัติโครงการฝึกอบรมจริยธรรมดังกล่าว และอนุมัติงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในโครงการดังกล่าว ตามที่จำเลยที่ 1 สั่งการ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ดำเนินการจัดโครงการฝึกอบรมตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

การกระทำของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง