เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการติดตามคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นางสายใจ ทองดี อายุ 26 ปีหมู่ 6 ต.ดอน ได้รับบาดเจ็บ และยิง นางสาวรัตติกาล จ่าวัง อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 50/3 ม.4 ควน อ.ปะนาเระ ซึ่งต้องครรภ์ได้ 8 เดือน เสียชีวิต รวมทั้งทารกในท้องด้วย ขณะที่ทั้งสองคนออกไปซื้อข้าวเหนียวไก่ทอดบริเวณหน้าตลาดปาลัส ถนนสาย 42 บ้านปาลัส ต.ควน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ที่วัดควน ต.ควน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน เวลา 19.30 น.ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รักษาการผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี ได้ตั้งชุดเฉพาะกิจในการติดตามคนร้ายที่เกิดเหตุ โดยสอบพยานที่เห็นเหตุการร์มาสอบปากคำ และทำการบอกรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะใบหน้าคนร้าย และทำการสเก็ตภาพ จึงได้ภาพ ผู้ต้องสงสัย อยุ่ระหว่างในการตรวจสอบในสารบบของแฟ้มคดีความมั่นคงว่า มีอยุ่ในสารบบหรือไม่ ขณะเดียวกัน กำลังเตรียมการที่จะถ่ายเอกสารภาพผู้ต้องสงสัยส่งแจกจ่ายไปตาม สภ.ต่างๆในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะเดียวกันได้พนักงานสอบสวนได้ทำรวบรวมพยานหลักฐาน และได้ไปขอหมายจับ เลขที่ จ.433/2559 ศาลจังหวัดปัตตานี ได้อนุมัติหมายจับแล้ว
สำหรับอาวุธ ปืนที่คนร้ายใช้ก่อเหตุง เป็นปืน ยี่ห้อ บาเรตต้า ขนาด 9 มม. ตรวจสอบในเบื้องค้น ไม่พบประวัติการก่อเหตุ ขณะนี้อยุ่ระหว่างการตรวจพิสูจน์หลักฐานอื่นๆอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ชาวบ้านเรียกร้องแม่ทัพภาคที่ 4 ให้มีการตั้งจุดตรวจของภาคประชาคมเหมือนเดิม เพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้าย จากเดิมมีอยู่แล้ว แต่ถูกสั่งให้ยกเลิดจุดตรวจดังกล่าวเพีง 10 วันคนร้ายก๋ก่อเหตุทันที่ ซึ่งจุดเกิดเหตุห่างประมาณ 15 เมตรเท่านั้นเอง ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ให้มีตั้งจุดตรวจเหมือนเดิม และให้ทหาร และภาคประชาคม ท้ง ชรบ. ผนส. และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับทหาร ในการดูแลป้องกันไม่ให้มีเหตุการร์เกิดขึ้น พร้อมทั้งมีการตั้งกล่องวงจรปิดอีกด้วย
ด้าน ตัวแทนภาคประชาคม บอกว่า กรณีแม่ทัพ ภาคที่ 4 ตั้งจุดตรวจใหม่ หลังจากที่ถูกยุบไปว่า ทำให้ดีขึ้นมีทหารดูแลอุ้นใจมากขึ้น ช่วยกันดูแลทั้งทหาร ชรบ เราเข้มแข็ง ต้องช่วยกันดูแลให้มากขึ้นโดยเฉพาะภาคประชาคม เฝ้าดูแลตรวจตราต่างๆ รวมทั้งต้องให้ ให้เด้กๆวัยรุ่งเป้นหูเป็นตา พบคนแปลกหน้าก็บอกกำนัน ผู้ใหญาบ้าน ส่วนกำนัน ผุ้ใหญ่บ้านที่ไม่ทำงาน ถ้าไม่พร้อมก็ให้ออกไปตามที่แม่ทัพ4 บอกนั้นดี เพราะ ทำให้กระตือรื้อร้นมากขึ้น พวกเราพร้อมที่จะ สู้ๆ แต่ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคประชาชนต้องช่วยกันดุแลในทิศทางเดียวกัน

