ผบ.ตร.เผย ‘รองโจ๊ก’ สอบ 110 ตม.ได้ ในฐานะรองผบ.ตร.คุมสืบสวน รับมีตม.ร้องเรียนถูกสอบคดีวีซ่าทุนจีนไม่เป็นธรรม สั่งตั้งกก.สอบข้อเท็จจริงภายใน 30 วัน
เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.เปิดเผยถึงกรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร.เตรียมสรุปผลการสืบสวนสอบสวนเอาผิดตำรวจตรวจคนเข้าเมือง110 นายเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการอำนวยความสะดวกออกวีซ่าให้กับกลุ่มทุนจีนสีเทาในสัปดาห์นี้ว่ายังไม่ได้รับรายงาน
ผู้สื่อข่าวถามกรณีมีข้าราชการตำรวจของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้มีร้องเรียนมาว่าการสอบสวนตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเป็นไปโดยมิชอบนั้น ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงโดยมี พล.ต.ท.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองจเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานพร้อมคณะ ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์
“ทุกเรื่องที่มีข้อสงสัยได้ออกคำสั่ง ตรวจสอบเท็จจริงไป ส่วนที่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร.ดำเนินการสอบเรื่องนี้ในฐานะรองผบ.ตร.คุมงานสืบสวนมีอำนาจทำได้”พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 111/2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวงสอบข้อเท็จจริง โดยคำสั่งดังกล่าวระบุว่า “ด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ผู้ใช้นาม”ข้าราชการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง” ร้องเรียนว่าถูกสอบสวนดำเนินดีโดยไม่เป็นธรรม โดยกล่าวอ้างว่าเป็นข้าราชการตำรวจ
ตรวจคนเข้าเมือง โดนกลั่นแกล้ง ถูกเรียกไปสอบสวน ซึ่งการสอบสวบเป็นการสอบสวนไม่ชอบ เป็นการ
สอบสวนเกินกว่าอำนาจ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำหนด ผู้สอบสวนมิใช่พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบตามประมวลกฎหมายวิพิจารณาความอาญา มีเจตนามุ่งเน้น กสั่นแกลัง ยัดเยียดข้อกล่าวหาขู่เข็ญ ให้การ อันเป็นการจับผิด และกลุ่มชำราชการในสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร้องเรียนว่าถูกกลุ่มข้าราชการตำรวจอ้างเป็นคณะทำงานตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ซึ่งผู้ร้องเห็นว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบกระทำกรโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรม เจดนาจงใจกลั่นแกล้ง โดยแอบอ้างจูงใจ ข่มขู่ ให้กระทำการหรือให้การโดยมิชอบ รวมทั้งปกบิดข้อเท็จจริงโดยทุจริต ทำให้ผู้ร้องใด้รับความเสียหายเพื่อให้ได้รายละเอียดประกอบการพิจารณาพฤติการณ์และหลักฐานในเบื้องต้นว่ากรณีมีมูล
ที่ควรกล่าวหาว่าข้าราชการดำรวจที่ถูกร้องเรียนในเรื่องตังกล่าวข้างต้น นั้น กระทำผิดวินัยหรือไม่ตามมาตรา 117 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 อาศัยอำนาจตามมาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ในเรื่องดังกล่าว ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้
1.พลตำรวจโท สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองจเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานกรรมการ
2.พลตำรวจตรี ภรศักดิ์ นวนหนู รองจเรตำรวจ เป็นกรรมการ
3.พลตำรวจตรี โอภาส คงเมือง ผู้บังคับการ กองตรวจราชการ 6 สำนักงานจเรตำรวจเป็นกรรมการ
4.พันตำรวจเอก พิสุทธิ์ ศุกระตร รองผู้บังคับการ กองตรวจราชการ 4 สำนักงานจเรตำรวจเป็นกรรมการ
5.พันตำรวจเอก บุญส่ง หนูรัตน์ รองผู้บังคับการ กองตรวจราชการ 7 สำนักงานจเรตำรวจเป็นกรรมการ
6.พันตำรวจเอก โอภาส ทั่งทอง รองผู้บังคับการ กองตรวจราชการ 8 สำนักงานจเรตำรวจเป็นกรรมการและเลขานุการ
7.พันตำรวจเอกวีร์พล ใหญ่รุณ รองผู้บังคับการ กองคคีอาญา สำนักงานกฎหมายและคดีเป็นกรรมการ
สำนักงานจเรตำรวจ เป็นกรรมการ
8.พันตำรวจเอก ปภังกร ศรีวัญ ผู้กำกับการ ฝ่ายสืบสวนแนะดรวจรายการ กองตรวจราชการ 6 สำนักงานกฎหมายและคดี เป็นกรรมการ
9.ว่าที่ พันตำรวจเอก เศรษฐพงษ์ จิตตโกมุท ผู้กำกับการ กลุ่มงานวิชาการ กองกฎหมาย
10.ว่าที่ พันตำรวจเอก นภัสกร วงศ์ษา ผู้กำกับการ(สอบสวน) กลุ่มงานสอบส่วน
กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นกรรมการ
กองตรวจราชการ 3 สำนักงานจเรตำรวจ เป็นกรรมการ
11.พันตำรวจโท ทรงเวทย์ ศรีธรม รองผู้กำกับการ ฝ้ายสืบสวนและตรวจราชการ
กองตรวจราชการ & สำนักงานจเรตำรวจ เป็นกรรมการ
12.พันตำรวจโท ศิริพล บุญหนุน รองผู้กำกับการ ฝ้ายสืบสวนและตรวจราชการ 13.พันตำรวจโท ชินกฤต ไมตรีแพน รองผู้กำกับการ ฝ้ายสืบสวนและตรวจราชการ 1 กองตรวจราชการ 10 สำนักงานจเรตำรวจ เป็นกรรมการ
14.พันตำรวจโท เจนวิทย์ ตรีสุคนธ์ สารวัตร ฝ่ายสืบสวนและตรวจราชการ 3 กองตรวจราชการ 4 สำนักงานจเรตำรวจ เป็นกรรมการกองตรวจราชการ 9 สำนักงานจเรตำรวจ เป็นกรรมการ
15.พันตำรวจโท สากล รัศมีบรรพตกุล สารวัตร ฝ้ายสืบสวนและตรวจราชการ 2
16.พันตำรวจโท พัชระ รัตนประเสริฐ รองผู้กำกับการ ฝ้ายสืบสวนและตรวจราชการ กองตรวจราชการ 4 สำนักงานจเรตำรวจ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
ทั้งนี้ให้คณะกรรมการตรจสอบข้อเท็จจริง ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ประธานกรรมการรับทราบคำสั่งนี้ แล้วเสนอสำนวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงมาเพื่อพิจารณาคำเนินการต่อไป สั่ง ณ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2566 คำ”สั่งดังกล่าว ระบุ

