วันที่ 2 ธันวาคม 2559 เมื่อเวลา 15.00น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กในเพจ รวมพลคนสมุย ได้โพสต์รูปภาพเป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งสวมชุดกีฬาสีน้ำเงิน ในมือถือพวงมาลัยอยู่หลายอัน เดินไปตามถนนเลียบชายหาดเฉวง ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อขายให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ พร้อมกับข้อความว่า “รบกวนหน่วยงานที่เข้าถึงเรื่องเด็กที่ขายพวงมาลัยถนนเส้นหาดเฉวง เกาะสมุย ได้มีการใช้วาจาในการเสียดสีถึงคนไทยบางกลุ่ม ขอหน่วยงานที่เข้าถึงตรวจสอบด้วยครับ. #เคยมีข่าวกำจัดเด็กขายพวงมาลัยแล้วหนึ่งครั้ง แต่เวลานี้??????” ต่อมาได้มีผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ทั้งร้องขอเจ้าหน้าที่แก้ไข เห็นใจ วิพากษ์วิจารณ์ขอทานว่าทำประเทศเสียชื่อเสียง
รายงานระบุว่า หลังจากพ.ร.บ.ควบคุมขอทานฉบับใหม่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2559 ทำให้หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนธิกำลังลงพื้นที่เกาะสมุย ปราบปรามกลุ่มขอทาน และเด็กขายพวงมาลัยต่างชาติ จนหมดไปจากเกาะสมุยอยู่หลายเดือน แต่หลังจากนั้นก็พบว่ากลุ่มขอทานและเด็กขายพวงมาลัยที่เคยถูกจับกุมไปแล้ว และพวกหน้าใหม่ๆ มีการลักลอบเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน(ประเทศเวียดนาม และประเทศกัมพูชา) กลับเข้ามายังประเทศไทยแล้วเข้ามาหากินในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวของเกาะสมุยเช่นเดิม
ส่วนรูปแบบการทำงานนั้น ก่อนจะมีการแบ่งแยกกันทำงานโดยกลุ่มขอทาน ก็จะเป็นพวกหญิงชรามานั่งคนเดียวหรืออุ้มเด็กพิการทางสมอง และคนพิการแขนขาลีบ จะมานั่งตามริมทางเท้าถนนเลียบชายหาดเฉวงจุดที่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน และบางคนก็จะไปนั่งขอทานตามงานขายสินค้า โดยการเดินทางแต่ละครั้งก็จะมีคนไทย หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างไปรับมาส่งตามจุดต่างๆ ส่วนเด็กขายพวงมาลัยก็จะมีทั้งเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง อายุระหว่าง 5-15ปี ซึ่งจะมีผู้ใหญ่ที่เป็นชาวเวียดนามอาศัยจุดอับลับตาคน คอยนั่งร้อยพวงมาลัยให้กับเด็กพวกนี้เอาไปขาย การขายแต่ละครั้งเด็กพวกนี้จะมากันเป็นกลุ่ม จะเดินขายให้กับนักท่องเที่ยวตามถนน ร้านอาหาร สถานบันเทิงย่านหาดเฉวง และหาดละไม จะออกกันเป็นช่วงเวลาของทุกวันคือ11.00น.-13.00น. 19.00น.-21.00น. และ23.00น.-02.00น. ซึ่งได้สร้างปัญหาวุ่นวาย ก่อกวน สร้างความรำคาญให้กับนักท่องเที่ยว และเด็กบางคนยังแอบขโมยทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวอีกด้วย ทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเด็กไทย จนสร้างความเสือมเสียชือเสียงให้กับประเทศเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาคนขอทาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศและเชื่อมโยงไปสู่ปัญหาการค้ามนุษย์ โดยได้กำชับให้กระทรวงพัฒนาสังคมฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจ ฝ่ายปกครอง หรือองค์กรท้องถิ่น ที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายให้ดำเนินอย่างเด็ดขาด และแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนตามหลัก 3P ภายใต้แนวคิดให้ทานถูกวิธี ลดวิถีการขอทาน รวมทั้งรณรงค์ให้สังคมหยุดการให้เงินแก่คนขอทาน เพื่อตัดวงจรของการขอทานที่ส่วนหนึ่งมีการทำกันเป็นขบวนการ หากประชาชนพบเห็นคนขอทานและคนไร้ที่พึ่ง สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคม OSCC โทร. สายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง

