จูนกันใหม่ วัยรุ่น Y2K “ไฟป่า” ไม่ได้เกิดจากต้นไม้เสียดสีกัน

11.02.23 | 12:18 น.

จูนกันใหม่ วัยรุ่น Y2K “ไฟป่า” ไม่ได้เกิดจากต้นไม้เสียดสีกัน

เมื่อ เกือบๆ 30 ปีก่อน นั่งเรียนวิชา ส.ป.ช. (สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต) เราจะถูกสอนว่า ไฟป่าเกิดจาก การที่ต้นไม้เสียดสีกัน และเมื่อเราท่องจำเรื่องนี้ เมื่อไปเจอข้อสอบที่ถามว่า

ข้อใดต่อไปนี้ทำให้เกิดไฟป่า 1.คนเผา 2.ต้นไม้เสียดสีกัน 3.ฟ้าผ่า 4.ไฟช็อต

แน่นอน เราจะต้องเลือกตอบว่า ต้นไม้เสียดสีกัน

ทั้งที่ ความจริงแล้ว สำหรับป่าไม้ในประเทศไทยนั้น โอกาสที่ต้นไม้เสียดสีกัน จนเกิดไฟไหม้ป่ามีน้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ มติชนออนไลน์ รายงานจาก กลุ่มงานวิจัยระบบนิเวศป่าไม้และสิ่งแวดล้อมที่เขียนเรื่อง “ไฟป่า (Forest fires) กับผลกระทบที่ทุกคนต้องตระหนักและเข้าใจ”

Advertisement

เป็นเรื่องที่ยืนยันว่า ไฟป่า ในประเทศไทย ไม่ได้เกิดจากต้นไม้เสียดสีกัน โดยงานวิจัย เรื่องนี้ ระบุว่า

ในช่วงหน้าแล้งที่อุณหภูมิกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งหนึ่งมักจะเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำอยู่เกือบทุกปี คือ ไฟป่า วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับไฟป่าไปพร้อมๆกัน

ไฟป่า (Forest fires) คือ ไฟที่เกิดขึ้นในพื้นที่ป่าซึ่งลุกลามอย่างอิสระ และไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งแบ่งได้ 3 ประเภท หลัก ๆ คือ

1) ไฟเรือนยอด (crown fires)
2) ไฟผิวดิน (surface fires)
3) ไฟใต้ดิน (ground fires)

สำหรับประเทศไทย ไฟป่าที่เห็นกันอยู่เป็นประจำนั่นคือ ไฟผิวดิน ซึ่งได้รับเชื้อเพลิงจากเศษซากพืชที่อยู่เหนือผิวดินนั้นเอง ขณะเดียวกันยังสามารถพบเจอไฟใต้ดินได้ในบางพื้นที่ป่า โดยมักเห็นอยู่เป็นประจำ คือ ป่าพรุดินพีท (peat swamp forest) ที่เต็มไปด้วยเศษซากพืชที่อยู่ใต้ดิน หากเกิดการไหม้ในป่าดังกล่าวมักติดไฟอยู่ใต้ดิน และการดับหรือควบคุมไฟป่าประเภทนี้มักทำได้ยากใช้เวลาหลายวัน

ไฟป่ามักเกิดขึ้นจากกิจกรรมของมนุษย์เป็นหลัก เช่น การเผาเตรียมพื้นที่ทำเกษตรกรรม และลุกลามต่อไปยังพื้นที่ป่าใกล้เคียง เมื่อไฟป่าเกิดขึ้น สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย สัตว์ป่าอาจโดนทำลายถิ่นที่อยู่อาศัย (habitat) ลดทอนความสามารถในการเจริญเติบโตของต้นไม้ รวมถึงมนุษย์เองก็จะได้รับอากาศที่ไม่บริสุทธิ์สำหรับการดำรงชีวิต ส่งผลกระทบต่อสุขภาพตามมานั่นเอง

อย่างไรก็ตาม หากมีการจัดการไฟป่าอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ เช่น การชิงเผา (prescribe burning) โดยมีการกำหนดให้เป็นหย่อมเล็ก ๆ (patch) ในแต่ละปีไว้สำหรับการเผา และสร้างแนวกันไฟอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้ลุกลาม ก็อาจนำมาซึ่งข้อดีบางประการเช่นเดียวกัน เช่น พรรณไม้บางชนิดอาจได้ประโยชน์จากการชิงเผา เนื่องจากเมล็ดไม้ต้องอาศัยไฟที่จะช่วยในการงอก ช่วยส่งเสริมพืชอาหารสัตว์ป่า รวมทั้งการชิงเผาอาจเป็นตัวช่วยลดปริมาณเชื้อเพลิงและความรุนแรงของไฟที่จะเกิดขึ้น และมลพิษทางอากาศก็น้อยลงด้วยเช่นกัน

สรุปแล้ว ผลกระทบของการเกิดไฟป่านั้นเป็นเรื่องสำคัญที่เราควรต้องตระหนักและเข้าใจ ซึ่งมีผลต่อสิ่งมีชีวิตทั้งสิ้น แต่หากมีการจัดการอย่างถูกวิธีตามหลักวิชาการ ก็อาจลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นได้ รวมถึงเป็นการคงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพอีกด้วย ทั้งนี้ทุกท่านหากพบเห็นไฟป่าหรือเบาะแสการเผาป่าแจ้งได้ที่สายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง