หัวหน้าโครงการมอร์เตอร์เวย์ รับคานปูนหล่นเป็นเหตุสุดวิสัย อุปกรณ์ยกคานใช้มานาน จะเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด เผยหนักแค่ 7 ตัน รับผิดชอบสร้างป้อมตำรวจทางหลวงให้ใหม่ ตร.บางใหญ่ เตรียมแจ้งข้อหากระทำการโดยประมาท
จากกรณีคานซีเมนต์ขนาดใหญ่ของโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 81 บางใหญ่-กาญจนบุรี ตอนที่ 2 หล่นใส่ป้อมบริการตำรวจทางหลวง ถนนกาญจนาภิเษก ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ทำให้มีคนงานบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดเมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่จุดบริการตำรวจทางหลวง ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นายเอกภพ โกวิทกูลไกร อายุ 45 ปี วิศวกรกรมทางหลวง นายช่างโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 บางใหญ่-กาญจนบุรี ตอนที่ 2 และนายทิศชัย หงษ์ศิรินาถ นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนนทบุรี ลงพื้นที่บริเวณจุดบริการตำรวจทางหลวงบางใหญ่ตรวจสอบความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
โดยพบว่าคนงานของบริษัท ประยูรวิทย์ ซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างช่วงดังกล่าว ได้เข้าทำการรื้อถอนอาคารจุดบริการตำรวจทางหลวง ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อประเมินความเสียหายทั้งหมดและแจ้งให้กับโครงการก่อสร้างทราบ
สำหรับอาการของผู้บาดเจ็บ หลังจากเข้าทำการรักษาที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ โดยใช้สิทธิประกันชีวิตของบริษัทผู้รับเหมา และของโครงการก่อสร้างทางหลวงระหว่างเมือง พบว่ากระดูกสะโพกร้าว แพทย์อยู่ระหว่างดำเนินการรักษา ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว
นายเอกภพ โกวิทกูลไกร อายุ 45 ปี วิศวกรกรมทางหลวง นายช่างโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 81 บางใหญ่-กาญจนบุรี ตอนที่ 2 กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเป็นช่วงที่เครนกำลังยกคานตัวที่ 7 ขึ้นไปเชื่อมต่อระหว่างเสาต้นที่ ML15 กับเสาต้นที่ ML14 โดยมีตัวเหล็กลิฟติ้งเป็นตัวยก ระหว่างยกแขนของเหล็กลิฟติ้งได้เกิดการงอตัว ทำให้คานที่มีน้ำหนักประมาณ 7 ตันหล่นลงมา ส่วนคนงานที่ขึ้นไปเป็นคนงานที่ดูการประกอบตัวคานจึงได้หล่นลงพร้อมกันด้วย ซึ่งจุดที่หล่นลงมามีความสูงประมาณ 12 เมตร
นายเอกภพกล่าวว่า สาเหตุเป็นเพราะเหล็กลิฟติ้งเสื่อมสภาพลงจากการใช้งานมานาน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างของสะพานมอเตอร์เวย์ เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย ต้องขอโทษประชาชนเพราะทางโครงการบกพร่องขาดการบำรุงรักษา เป็นความผิดของโครงการที่ไม่ได้เข้าตรวจสอบอุปกรณ์ให้ดี เพราะต้องใช้ทำงานมาอย่างต่อเนื่อง จนอุปกรณ์ชำรุด
นายเอกภพกล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการต่อไปทางโครงการจะทำการเปลี่ยนตัวคานลิฟติ้งซึ่งเป็นตัวยกทั้งหมด ส่วนอาคารจุดบริการตำรวจทางหลวงนั้น ทางโครงการจะรับผิดชอบซ่อมแซมให้กลับเหมือนเดิม ซึ่งตำรวจทางหลวงจากการที่พูดคุยก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร สำหรับตัวคานที่หล่นลงมามีน้ำหนักเพียง 7 ตันเท่านั้น ไม่ได้หนักถึง 40 ตันอย่างที่เข้าใจ เนื่องจากมีคานตัวดังกล่าวมีสภาพข้างในกลวง เบื้องต้นได้สั่งหยุดงานเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยจากอุปกรณ์ทั้งหมด รวมทั้งเตรียมออกแบบตัวลิฟติ้งใหม่ให้สามารถรองรับน้ำหนักได้เพิ่มมากขึ้น
ด้าน นายทิศชัย หงษ์ศิรินนาถ นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า วันนี้ลงมาตรวจสอบที่เกิดเหตุเพราะมีลูกจ้างได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน แต่พบว่าหลังเกิดเหตุได้มีการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ไปแล้ว หลังจากนี้ต้องดูว่าเหตุที่เกิดขึ้นมีข้อบกพร่องตรงจุดไหน จากนั้นจึงไปสอบปากคำแรงงานที่ได้รับบาดเจ็บอีกครั้งว่า ในระหว่างที่เข้าไปทำงาน เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น
ด้าน พ.ต.อ.รณภัฎ ทับทิมธงไชย ผกก.สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี กล่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว พบว่าโรงจอดรถ ห้องน้ำ และห้องวิทยุของตำรวจทางหลวงได้รับความเสียหาย ส่วนผู้บาดเจ็บมีเพียงคนงานของบริษัทก่อสร้างได้รับบาดเจ็บเพียง 1 ราย อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว หลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวนจะได้เรียกตัววิศวกรผู้ดูแลรับผิดชอบโครงการมาให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำการโดยประมาทเลินเล่อต่อไป


