หากนับตั้งแต่ที่มีการก่อตั้งกองสอบสวนกลางขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2484 จนกลายมาเป็นกองบัญชาการ ตํารวจสอบสวนกลางในวันนี้
ผ่านมาแล้วกว่า 82 ปี ที่ตํารวจสอบสวนกลางอยู่เคียงข้างประชาชนอย่าง มืออาชีพ เป็นกลางในทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สะท้อนจากความสําเร็จจากหลายคดีดังในอดีต ที่ตํารวจสอบสวน กลาง มุ่งมั่น สืบสวนสอบสวน จนนําตัวผู้กระทําผิดมาลงโทษตามกฏหมาย
ย้อนกลับไปตั้งแต่ปีพ.ศ.2537ในคดอุ้มฆ่าสองแม่ลูก“ศรีธนะขัณฑ์”ที่ถูกลักพาตัวไปฆาตกรรมโดย กลุ่มคนร้ายจัดฉากอําพรางว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นคดีที่ยุ่งยากและซับซ้อน แต่ตํารวจ สอบสวนกลางในสมัยนั้น ได้ทําการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน จนนําไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้ง ขบวนการ
อีกคดีที่เป็นข่าวครึกโครมที่สุดเมื่อปี พ.ศ.2544 คือ คดีผู้พันตึ๋ง พันตรีเฉลิมชัย มัจฉากล่ำ ผู้ต้องหาคดี ฆ่านายปรีณะ ลีพัฒนะพันธ์ ผู้ว่าราชการ จังหวัดยโสธร ประเด็นขัดแย้งโครงการบ่อบำบัดน้ำเสีย
คดีนี้ก็ไม่พ้นขีดความสามารถของตํารวจสอบสวนกลาง ที่ทําการสืบสวนจนพบเงื่อนงําสําคัญต่างๆ จนนําไปสู่การพบตัว คนร้ายตัวจริงในคดี
และอีกหนึ่งความสําเร็จในการทํางานของตํารวจสอบสวนกลางในอดีต คือ การรวบรวมพยาน หลักฐานดําเนินคดีกับนายราเกซ สักเสนา พ่อมดการเงิน หลังทุจริตอนุมัติสินเชื่อให้แก่เอกชน จนศาลตัดสิน จําคุก335ปีและให้ชดใช้เงินเป็นจํานวน2,500 ล้านบาท
จากความสําเร็จในอดีตได้หล่อหลอมให้กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลางเป็นหน่วยงานสําคัญของ สํานักงานตํารวจแห่งชาติในปัจจุบัน โดยเป็นหน่วยงานที่ทํางานทั้งด้านการป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมเฉพาะทาง คดีที่มีความสลับซับซ้อน เกี่ยวเนื่องหลายท้องที่ และเป็นคดีสําคัญที่ส่งผลกระทบต่อ พี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง
อีกทั้งยังมีคุณสมบัติพิเศษจนเป็นที่ยอมรับจากประชาชนว่าเป็นตํารวจส่วนกลางที่มีอํานาจหน้าที่ บังคับใช้กฎหมายครอบคลุมทั้งประเทศ และมีการใช้บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ เฉพาะทาง ควบคู่กับอุปกรณ์ เครื่องมือพิเศษต่างๆ ในการสืบสวนสอบสวน เข้าคลี่คลายคดี หรือเหตุการณ์ต่างๆ จนสามารถอํานวยความยุติธรรม ได้อย่างไม่เกรงกลัวต่อผู้มีอิทธิพล
ซึ่งปัจจุบัน พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช เป็นผู้ดํารงตําแหน่งผู้บัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง มีวิสัยทัศน์ใน การพัฒนาบุคลากร และเครื่องมือในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้พร้อมที่จะป้องกันปราบปราม อาชญากรรมเฉพาะทาง ให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยระดับสูงสุด โดยมีค่านิยมองค์กร คือ “มืออาชีพ เป็นกลางเคียงข้างประชาชน”
ที่ผ่านมาตํารวจสอบสวนกลางมีผลการปฏิบัติงานที่สําคัญอย่างต่อเนื่อง และเป็นที่ประจักษ์ในสังคม เช่น
คดีฆ่าอําพรางเสี่ยชูวงษ์ แซ่ตั๊ง เป็นอีกหนึ่งคดีที่ถูกพูดถึงมาโดยตลอด
ถึงแม้ว่าจะเป็นคดีที่มีความซับซ้อน พยานหลักฐานถูกทําลาย และคนร้ายสร้างพยานหลักฐานเท็จว่าเกิดจากอุบัติเหตุ แต่สุดท้ายเมื่อญาติ ของผู้ตายร้องขอให้ทางตํารวจสอบสวนกลางเข้าคลี่คลายคดี จึงนําไปสู่การจับกุมพันพ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตนักการเมืองกับพวกที่ก่อเหตุเพื่อหวังผลประโยชนทางทรัพย์สินซึ่งเมื่อคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาล ยังได้มีการก่อเหตุซ้ำ โดยมีการจ้างวานให้อุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา เพื่อเป็นการบีบบังคับให้ผู้พิพากษาตัดสินผลคดีตามที่ตนเองต้องการ จนท้ายสุดศาลมีคําพิพากษาตัดสินประหารชีวิต
อีกหนึ่งคดีที่สะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ จนตํารวจสอบสวนกลางต้องเปิดปฏิบัติการไล่ล่าผู้ต้องหา ปล้นร้านทอง ภายในห้างโรบินสัน ลพบุรี ที่ได้ก่อเหตุยิงเด็ก และประชาชนภายในห้างเสียชีวิตรวม 3 ศพ ซึ่ง ภายหลังสามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุ คือ นายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือ กอล์ฟ ผู้อํานวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จังหวัดสิงห์บุรี และติดตามจับกุมตัวมาดําเนินคดีได้ในที่สุด
ความพร้อมของตํารวจสอบสวนกลาง ยังสามารถช่วยลดการสูญเสียจากเหตุการณ์กราดยิงที่ ห้างเทอร์มินอล 21 โคราช ได้อีกด้วย เนื่องจากขณะทราบข่าวเหตุการณ์ ผู้บัญชาการตํารวจสอบสวนกลางได้ สั่งการให้มีปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกันทันที โดยร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ รับแจ้งข้อมูลจากผู้ที่ติดอยู่ภายใน ห้าง ผ่านเพจกองปราบปราม ส่งข้อมูลไปยังจุดเกิดเหตุ เพื่อให้ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมาน เข้าช่วยเหลือ ประชาชนที่ติดอยู่ภายในห้างออกมาอย่างปลอดภัย
ในรอบปีที่ผ่านมานั้น ตํารวจสอบสวนกลางได้ดําเนินการจับกุมผู้ต้องหาในคดีสําคัญอีกหลายคดี ไม่ว่า จะเป็นการจับกุมนายเสี่ยโป้ โป้อานนท์ ผู้ต้องหาคดีชักชวนเล่นพนันออนไลน์และฟอกเงินโดยทางตํารวจสอบสวน กลาง รับผิดชอบทําการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถสั่งฟ้องนายเสี่ยโป้ โป้อานนท์ กับพวก นําไปสู่ การตัดสินจําคุก 50 ปี 48 เดือน
การจับกุมนายวันชาติ อดีต สจ.จังหวัดราชบุรี ที่ใช้อาวุธปืนยิง ครูนงค์ ผู้สมัครนายกเทศบาล ต.ดอนทราย เสียชีวิต ซึ่งจากการทําคดีได้นําไปสู่การพิพากษาของศาลตัดสินประหารชีวิต
การจับกุมนายฉุย รักจันทร์ 1 ในมือปืนปฏิทินหมายจับมือปืนรับจ้างและผู้ร้ายสําคัญ ที่ขณะตํารวจ สอบสวนกลางติดตามจับกุม ระหว่างนั้น นายฉุย ได้ยิงต่อสู้จนมีเจ้าหน้าที่ตํารวจสอบสวนกลางเสียชีวิต ก่อน จะหลบหนีไป แต่ท้ายที่สุดทางตํารวจสอบสวนกลาง ก็สามารถติดตามตัวนายฉุย กับพวก ได้ในที่สุด
การจับกุมนายประสพโชค นิ่มเรืองรอง หัวหน้าพรรครการเมืองผู้จ้างวานฆ่านายกอบต.บางสมบูรณ์ ที่ใช้อาวุธปืนยิงถล่ม จนมีผู้เสียชีวิต 2 ศพ และบาดเจ็บสาหัส
และการทลายแก๊ง เบล พันกระบอก พ่อค้าอาวุธปืนข้ามชาติ ที่มีการเข้าตรวจค้น 21 จุดทั่วประเทศ โดยพบเงินหมุนเวียนกว่า 150 ล้านบาท พร้อมทั้งจับ 2 นายอําเภอ ที่ร่วมขบวนการดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังมีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศในการสืบสวนจับกุมคดีสําคัญ ต่างๆ เช่น การรับการประสานจากทางการไต้หวัน ให้ช่วยติดตามจับกุมนายสันติ ศุภอภิรดีไพลิน ผู้ต้องหาคดี ฆ่า2สามีภรรยาชาวไทยที่ประเทศไต้หวันก่อนจะหลบหนีเข้ามาในประเทศไทยหรือการไดร้ับการประสาน
จาก Singapore Police Force ให้ช่วยติดตามจับกุม นายอง เจี้ยน เซิ่น แฮกเกอร์ ชาวสิงคโปร์ ที่ก่อเหตุ ลักลอบเข้าถึงข้อมูลบัญชีผู้ใช้ในแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์ของประเทศสิงคโปร์ทําให้มีผู้เสียหายจํานวนมากหรือการร่วมมือกับเอฟบีไอจับกุมนายปีเตอร์ โคเกอร์จูเนียร์ พ่อมด wallstreet ปั่นราคาหุ้น สหรัฐอเมริกา จนเกิดความเสียหายจํานวนมาก ก่อนหลบหนีมากบดานอยู่ในประเทศไทย
ทั้งหมดนี้ เป็นผลสําเร็จจากการปฏิบัติงานเพียงส่วนหนึ่ง ที่เกิดจากการพัฒนาหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้บุคลากรที่มีคุณภาพพร้อมออกปฏิบัติหน้าที่เป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง
และเพื่อเป็นการสดุดีให้แด่ตํารวจผู้กล้า ทางตํารวจสอบสวนกลางได้มีการเปิดลานมีแสงซึ่งตั้งอยู่ บริเวณหน้าอาคารพิทักษ์สันติกองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลางเพื่อสดุดีความกล้าหาญและความเสียสละ ให้แด่ พ.ต.ต.อนันต์ มีแสง เจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.6 บก.ป. ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ขณะเข้าจับกุมคนร้าย บริเวณสี่แยกท่านางพรหม หมู่ 6 ต.โคกม่วง อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2565 อีกด้วย


