2 ปี สคทช.กับหนทางจัดการที่ดิน ยกระดับคุณภาพชีวิต ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ

13.02.23 | 10:44 น.

2 ปี สคทช.กับหนทางจัดการที่ดิน
ยกระดับคุณภาพชีวิต ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ

ในโอกาสครบ 2 ปี สำหรับการทำงานของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) มีการจัดสัมมนาและจัดแสดงนิทรรศการ ภายใต้หัวข้อ “สานพลังยกระดับการขับเคลื่อนการบริหารจัดการที่ดิน” โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดงาน และ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เข้าร่วม

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า สคทช.เป็นองค์กรที่มีภารกิจสำคัญด้านการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ ที่จะบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชน ซึ่งจะทำให้การบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศที่มีอยู่อย่างจำกัดมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุด สมดุล เป็นธรรม และยั่งยืน และที่สำคัญคือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมให้กับประชาชน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีสิทธิทำกินและอยู่อาศัยในที่ดินของรัฐอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ให้ความมั่นใจในการประกอบอาชีพ สร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิต ภายใต้การดำเนินการของ คทช. ซึ่งประสบความสำเร็จและก้าวหน้ามาเป็นลำดับ ตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายไปแล้ว จำนวน 1,491 พื้นที่ เนื้อที่ประมาณ 5.7 ล้านไร่ ครอบคลุม 70 จังหวัด และสามารถจัดคนเข้าใช้ประโยชน์ให้ได้มีที่อยู่อาศัย มีที่ดินทำกินในการเลี้ยงชีพได้แล้ว จำนวน 78,109 ราย

ด้าน ดร.รวีวรรณ กล่าวว่า วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ของทุกปี นับเป็นวันสำคัญของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ 20) พ.ศ.2564 โดยรับผิดชอบการดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.)

Advertisement

“การจัดงานสัมมนาในวันนี้จึงเป็นโอกาสอันดีในการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ผลการดำเนินงาน และทิศทางการขับเคลื่อนผลการดำเนินงานในอนาคตของ สคทช. ต่อสาธารณะ ก่อให้เกิดการรับรู้และความเข้าใจในวงกว้าง เกี่ยวกับภารกิจด้านการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีภารกิจสำคัญในการสานพลังความร่วมมือเพื่อยกระดับการบริหารจัดการที่ดินให้สัมฤทธิผล เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหัวใจของการทำงาน ภายใต้แนวคิด ‘บริหารจัดการที่ดิน ประชาชนอยู่กินยั่งยืน’ ”

 

ดร.รวีวรรณกล่าวว่า ในปี 2566 นี้ สคทช.มุ่งเดินหน้าขับเคลื่อนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน ผ่านการพัฒนาระบบฐานข้อมูลและการประยุกต์เทคโนโลยีในการบริหารจัดการที่ดิน รวมถึงการพิสูจน์สิทธิ การพัฒนานโยบายและการประสานความร่วมมืออย่างบูรณาการเพื่อความยั่งยืนในทุกมิติ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับที่ดินที่รัฐจัดให้ประชาชน ตลอดจนเร่งรัดการจัดทำแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ มาตราส่วน 1 : 4000 หรือ One map เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเรื่องแนวเขตที่มีการพิพาท การทับซ้อนกันของแนวเขตที่ดินของรัฐ และเพื่อให้แนวเขตที่ดินของหน่วยงานรัฐมีความถูกต้อง ตรงตามกฎหมาย และใช้แผนที่กลางมาตราส่วนเดียวกันในการกำหนดนโยบาย การบริหารจัดการที่ดินได้อย่างถูกต้องชัดเจน จึงได้ดำเนินการแบ่งกลุ่มพื้นที่ออกเป็น 7 กลุ่ม กลุ่มละ 11 จังหวัด ผลการดำเนินงาน ดังนี้

พื้นที่กลุ่มที่ 1 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 เห็นชอบผลการปรับปรุงและรับรองเส้นแนวเขตที่ดินของรัฐ กลุ่มที่ 1 และให้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้แล้วเสร็จภายใน 360 วัน พื้นที่กลุ่มที่ 2 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 เห็นชอบผลการปรับปรุงและรับรองเส้นแนวเขตที่ดินของรัฐ กลุ่มที่ 2 พร้อมทั้งรับทราบแนวทางการแก้ไขปัญหาผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนจากการดำเนินงานปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ และพื้นที่กลุ่มที่ 3 คทช.ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างนำเสนอ ครม.เพื่อพิจารณาต่อไป

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทหรือข้อโต้แย้งสิทธิในที่ดินระหว่างประชาชนกับหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาคุ้มครองป้องกัน ด้วยวิธีการพิสูจน์ความจริงให้เป็นที่ยุติว่าประชาชนได้เข้าครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินแปลงพิพาทก่อนการเป็นที่ดินของรัฐหรือไม่ สามารถดำเนินการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐได้ตามมาตรการของ คทช. ผ่านคณะอนุกรรมการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐจังหวัด (คพร.จังหวัด)

“ซึ่งในปีที่ผ่านมาสามารถแก้ปัญหาให้กับประชาชนเป็นที่ยุติแล้ว จำนวน 935 ราย 976 แปลง เนื้อที่ 5,783 ไร่ และอยู่ระหว่างดำเนินการจำนวน 8,928 ราย 12,241 แปลง เนื้อที่ 51,241 ไร่ และรับรองผลการอ่านภาพถ่ายทางอากาศ รวม 486 ระวาง ในพื้นที่ 41 จังหวัด จำนวน 878 ราย 1,192 แปลง 14,913 ไร่ ซึ่งสามารถดำเนินการได้เกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้” ผู้อำนวยการ สคทช.กล่าว

โดยในปี 2566 คทช.จะเริ่มนำเทคโนโลยีโปรแกรมโฟโตแกรมเมตรีมาช่วยในการสร้างภาพถ่ายทางอากาศสามมิติที่มีความถูกต้องทางด้านตำแหน่ง อีกทั้งยังมีการประยุกต์เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศกับการอ่านภาพถ่ายทางอากาศด้วยวิธีการใช้เครื่องมือในโปรแกรมสารสนเทศภูมิศาสตร์สำหรับการทำ Deep learning/Machine learning เพื่อให้คอมพิวเตอร์เรียนรู้โดยการ Feature Detection แล้วนำมาออกแบบเป็น Model ให้คอมพิวเตอร์เรียนรู้เพื่อใช้ในการวิเคราะห์แปลผลภาพถ่ายทางอากาศได้อย่างถูกต้องรวดเร็วยิ่งขึ้น

และในภารกิจการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม สคทช.ยังคงมีการดำเนินงานในด้านการมอบหมายหน่วยงานตามผลการจำแนกการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าไม้ถาวร จำนวนทั้งสิ้น 6.3 ล้านไร่ โดยพื้นที่ป่าไม้ มอบหมายให้กรมป่าไม้ พื้นที่ป่าชายเลน มอบหมายให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พื้นที่เกษตรกรรม มอบหมายให้ ส.ป.ก. และพื้นที่ชุมชน จะมอบหมายให้กรมธนารักษ์ รับไปดำเนินการ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการที่ดินของรัฐอย่างเหมาะสมของหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อไป