จ่อดำเนินคดี หลังมีผลสอบเชิงลึก ‘ตึกถล่ม’ ย่านพระราม 9 พบไม่มีวิศวกรคุม คนงานอ่อนล้า

13.02.23 | 17:39 น.

เขตห้วยขวาง ร่วม วสท.-สภาวิศวกร รุดตรวจสอบอาคารก่อสร้างถล่ม ย่านพระราม 9 พบไม่มีวิศวกรคุมงาน จ่อสอบเชิงลึก คนประมาท หรือสภาพไม่ปลอดภัย

สืบเนื่องกรณีอาคารก่อสร้างที่พักอาศัย ย่านพระราม 9 ถล่มทับลูกจ้างชาวเมียนมาบาดเจ็บ 5 ราย

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ นายไพฑูรย์ งามมุข ผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง พร้อมด้วย รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ อุปนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.), รศ.เอนก ศิริพานิชกร ประธานคณะทำงานประสานงานด้านภัยพิบัติจากอาคารถล่ม สภาวิศวกร และคณะ เข้าตรวจสอบพื้นที่โครงการก่อสร้างอาคารที่ทรุดตัว บริเวณใกล้เคียงวัดอุทัยธาราม ถนนกำแพงเพชร 7 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ

นายไพฑูรย์ งามมุข ผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง กล่าวว่า วันนี้มาตรวจสถานที่เกิดเหตุในเรื่องมาตรการป้องกันอันตราย โดยตอนนี้จะทำการปิดกั้นพื้นที่โดยรอบเป็นเวลา 1 เดือน หรือจนกว่าจะปรับปรุงเสร็จ ให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เพราะสถานที่ก่อสร้างไม่ค่อยมีความปลอดภัย มีทั้งหลุมทั่วบริเวณก่อสร้าง และในตัวอาคารเอง ถ้าไม่มีความปลอดภัยที่เพียงพอสำนักงานเขตจะประชุมกับสำนักการโยธา ไม่อนุญาตให้ก่อสร้างจนกว่าจะมีความปลอดภัยที่มากพอ โดยจะปิดไม่ให้มีการสร้างทั้งโครงการ หลังจากตรวจสอบเสร็จแล้วในที่ประชุมบอกว่ามีความปลอดภัยจริงถึงจะทำการสร้างต่อได้

“ส่วนเรื่องการดำเนินคดี ต้องรอผลการสืบสวนจากตำรวจ ว่าเกิดจากความประมาทของบุคคล หรือจากสภาพที่ไม่ปลอดภัย โดยสำนักงานเขตจะดำเนินคดีตามที่ตำรวจสอบสวนแล้วเสร็จ เบื้องต้นจากการสอบถามกับตำรวจพบว่าขณะเกิดเหตุไม่มีวิศวกรคุมงาน มีแต่โฟร์แมน” นายไพฑูรย์กล่าว

ด้าน รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ อุปนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า การพังทลายของโครงสร้างเกิดจากการการเทคอนกรีต โดยจากการสอบถามผู้คุมงาน มีการปฏิบัติงานแต่เช้า จนมาถึงช่วงเย็นในอาคารที่เกิดเหตุ ผู้ปฏิบัติงานมีความเหนื่อยล้า การเกลี่ยปูนทำได้ช้าลง ทำให้น้ำหนักปูนกองอยู่จุดเดียวกัน ประกอบกับตัวนั่งร้านรองรับอาจจะมีปัญหา ไม่มีความแข็งแรง ทำให้เกิดการพังร่วงจนชั้นอื่นๆ พังตามลงมา ส่วนเรื่องการออกแบบโครงสร้างว่ามีความถูกต้องหรือไม่ ต้องมาตรวจสอบภายหลัง อย่างไรก็ตาม จะมีการตรวจสอบในเชิงลึกว่า อาคารหลังอื่นๆ จะมีผลกระทบแบบนี้ด้วยหรือไม่ เป็นความรับผิดชอบของวิศวกรที่เข้ามาตรวจสอบ

Advertisement

ด้าน รศ.เอนก ศิริพานิชกร ประธานคณะทำงานประสานงานด้านภัยพิบัติด้านอาคารถล่ม สภาวิศวกร กล่าวว่า ทางวิศวกรจะให้คำแนะนำกับทางสำนักการโยธา จะช่วยให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น ในหลายๆ ส่วน ในส่วนของการดำเนินการของวิศวกร ทางสภาจะเอาเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาในเรื่องจรรยาบรรณ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยของประชาชน และจะมีการลงโทษตามกระบวนการ เริ่มตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือน จนถึงการถอนใบอนุญาต

“ขอให้ประชาชนอย่าวิตกกังวล หากเกิดเหตุแบบนี้สามารถแจ้งมาที่สภาวิศวกร เบอร์โทรศัพท์ 1303 หรือแจ้งที่ วสท. เราจะประสานให้กับเจ้าหน้าที่ และภาคีเครือข่ายเข้ามาช่วยทำให้เกิดความปลอดภัย” รศ.เอนกกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางสำนักเขตห้วยขวาง ได้ออกคำสั่งปิดประกาศ และกั้นบริเวณดังกล่าว ห้ามใช้ทันทีทุกอาคารที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง โดยอาคารดังกล่าวตั้งอยู่ที่ถนนกำแพงเพชร 7 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ มีสภาพหรือมีการใช้ที่อาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน/อาจไม่ปลอดภัยจากอัคคีภัย/ก่อให้เกิดเหตุรำคาญ/กระทบกระเทือนต่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 46 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ประกอบกับข้อ 7 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 47 (พ.ศ.2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 สั่งให้เจ้าของอาคารดำเนินการเพื่อบรรเทาเหตุที่อาจก่อให้เกิดภยันตรายดังกล่าวตามรายการแนบท้ายคำสั่งนี้ให้เสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เจ้าของอาคารได้รับคำสั่งนี้ หากพ้นกำหนดนี้แล้วจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยห้ามมิให้ใช้หรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้อาคาร ดังนี้ บริเวณพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตก่อสร้าง (ตามแบบ ยผ.4 เลขที่ 90/2565 ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2565) ที่ก่อให้เกิดภยันตราย ตามแนบท้ายคำสั่งนี้ไว้ก่อนจนกว่าจะมีการแก้ไขเพื่อบรรเทาเหตุที่อาจก่อให้เกิดภยันตราย ตามรายการแนบท้ายคำสั่งนี้

อนึ่ง ผู้ได้รับคำสั่งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการ
พิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ภายใน 30 วันนับแต่วันทราบคำสั่ง โดยทำเป็นหนังสือและยื่นต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นผู้ออกคำสั่งนี้ ถ้าไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษตามกฎหมาย

โดยขณะนี้สั่งห้ามใช้อาคารตามคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ กท 4803/909 ลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ประกาศ ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้ฝ่าฝืนมีความผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับวันละ 30,000 บาท ตลอดเวลาที่ฝ่าฝืน

อ่านข่าว : สั่งหยุดก่อสร้าง 30 วัน เซ่นตึกย่านพระราม 9 ถล่ม เสาค้ำยันอาจแข็งแรงไม่พอ นั่งร้านไม่ปลอดภัย(มีคลิป)