ส.ท.ท. เสนอ ‘ชัชชาติ’ อยากแก้ไข รธน. ขจัดอุปสรรค จัดเก็บรายได้ของส่วนท้องถิ่น

13.02.23 | 18:37 น.

ส.ท.ท. เสนอ ‘ชัชชาติ’ อยากแก้ไข รธน. ขจัดอุปสรรค จัดเก็บรายได้ของส่วนท้องถิ่น หารือความร่วมมือในอนาคต

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ห้องประชุม ชั้น 31 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับ นายสมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองสนั่นรักษ์ จังหวัดปทุมธานี ในฐานะนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย (ส.ท.ท.) นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล เลขาธิการ ส.ท.ท. และคณะ ซึ่งเข้าพบเพื่อหารือความร่วมมือระหว่างสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยและกรุงเทพมหานครในด้านต่างๆ ในฐานะที่กรุงเทพมหานครเป็นสมาชิกสามัญของ ส.ท.ท. โดยมี นายภิมุข สิมะโรจน์ เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและร่วมหารือ

โดยในวันนี้ ทาง ส.ท.ท.ได้หารือถึงแนวทางการปรับปรุงข้อกำหนด ระเบียบ กฎหมายในการบริหารงานและการจัดเก็บรายได้ที่เป็นอุปสรรคต่อเทศบาลและกรุงเทพมหานคร อาทิ การขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่น โดยขอให้ กทม.ร่วมพิจารณาให้ความเห็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีความครบถ้วนและครอบคลุมประโยชน์ขององค์กรส่วนท้องถิ่นทั้งหมด ซึ่งจะต้องมีการให้ประชาชนร่วมเข้าชื่อเสนอหมายด้วย เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้กำหนดผู้มีสิทธิที่สามารถเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไว้ดังนี้

1.คณะรัฐมนตรี 2.สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร 3.สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา และ 4.ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าห้าหมื่นคนตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย

นอกจากนี้ ส.ท.ท.ยังได้หารือถึงแนวทางการนำที่ดินว่างเปล่าของ ส.ท.ท. ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตตลิ่งชัน มาพัฒนาให้เกิดประโยชน์กับ กทม. ในการขับเคลื่อนการพัฒนาเมือง โดยอาจจัดทำเป็นสวน 15 นาที เพิ่มพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สาธารณประโยชน์ให้แก่ประชาชนกรุงเทพฯได้ รวมถึงหารือในเรื่องการขออนุญาตก่อสร้าง/ต่อเติมอาคารของ ส.ท.ท. เพื่อรองรับจำนวนสมาชิก ส.ท.ท.ที่เพิ่มมากขึ้นด้วย

Advertisement

ทั้งนี้ นายชัชชาติ ผู้ว่าฯกทม. ได้กำชับว่าการสร้าง/ต่อเติมอาคารต้องทำให้ถูกกฎหมาย โดยจะให้สำนักการโยธาและสำนักการวางผังและพัฒนาเมืองเป็นผู้ให้คำปรึกษาแนะนำเพื่อให้ดำเนินการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายต่อไป